CHANEL Flying Cloud

Flying Cloud: ท่ามกลางสายลมพัดแผ่วเบา ก้อนเมฆที่ลอยฟ่องบนท้องฟ้าสะท้อนภาพเงาเหนือผืนน้ำ...

 

ไม่มีภาพใดที่เป็นตัวแทนของการค้นหาอิสระอย่างแรงกล้าซึ่งเป็นแรงผลักดันของ Gabrielle Chanel ตลอดช่วงชีวิตของเธอได้อย่างชัดเจนไปกว่านี้ เธอมีชีวิตอยู่เพื่อปลดปล่อยร่างกายให้เป็นอิสระจากพันธนาการทั้งปวง โดยการแยกความปรารถนาที่แท้จริงออกจากการเสแสร้งจอมปลอม แยกความสัมพันธ์ออกจากธรรมเนียมปฏิบัติ แยกชีวิตออกจากความธรรมดาสามัญ และใช้ชีวิตราวกับล่องลอยอยู่ท่ามกลางสถานที่ที่น้ำและฟ้ามาบรรจบกัน ระหว่างท้องฟ้าและท้องทะเล...

 

Gabrielle Chanel มีบุคลิกที่ขัดแย้งกันในตัวเอง เธอมีความแข็งแกร่งจากพื้นฐานในวัยเยาว์ ความบริสุทธิ์เคร่งครัดจากโบสถ์ที่ Aubazine และความทุรกันดารของทุ่งโล่งในสก็อต ซึ่งแตกต่างจากสถานที่ซึ่งเราเรียกว่า “รีสอร์ทท่องเที่ยว” สถานที่เหล่านี้ตั้งอยู่บนแหลมที่ยื่นออกไปในท้องทะเล ซึ่งแต่ละแห่งมีความเชื่อมโยงกับแต่ละบุคคล Deauville และ Basque Coast เกี่ยวข้องกับ Boy Capel เวนิสกับ Diaghilev และครอบครัว Serts และ Riviera กับดยุคแห่งเวสท์มินสเตอร์, Cocteau และ Picasso… สถานที่แต่ละแห่งเติมสีสันและบรรยากาศให้กับช่วงเวลาที่หลากหลายในชีวิตของเธออย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนว่าชีวิตของเธอได้เปลี่ยนจากความบริสุทธิ์ไปสู่อีกขั้วที่แตกต่างอย่างสุดขีด เปลี่ยนจากความแข็งแกร่งดั่งหินผาไปสู่ความอ่อนโยนและพลิ้วไหวของสายน้ำที่แสงแดดส่องผ่านได้

 

Flying Cloud ยังเป็นชื่อเรือยอชต์ของ Hugh Grosvenor หรือที่คนในครอบครัวเรียกว่า “Bendor” ซึ่งเป็น ดยุคแห่งเวสท์มินสเตอร์คนที่สอง หนึ่งในบุรุษที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของนักออกแบบสาวมากที่สุด...

 

Flying Cloud เป็นชื่อเรือยอชต์ขนาดสี่เสา ตัวเรือสีดำและดาดฟ้าเรือทำด้วยไม้ทาสีขาว ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจและพลอดรักในบางครั้งเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์อันหรูหราเพราะต้องใช้ลูกเรือไม่ต่ำกว่า 40 คนในการเดินเรือ แต่ก็เป็นเพียงสิ่งที่นำไปสู่ความเรียบง่ายที่สุด เพราะเป็นที่รับประทานอาหารกลางวันกลางแจ้งใต้แสงแดด การเล่นใบ้คำและการสนทนากันในหมู่เพื่อนฝูง Gabrielle Chanel เคยกล่าวไว้ว่า “ความหรูหราคือสิ่งจำเป็นที่เริ่มต้นขึ้น ณ จุดที่สิ่งจำเป็นสิ้นสุดลง”

 

ตัวอย่างที่สะท้อนความงามนี้ได้ดีที่สุดก็คือสภาวะที่ทุกสิ่งถูกลดทอนลงจนเหลือแต่สิ่งที่จำเป็นต้องมีเท่านั้น และความสมบูรณ์แบบในรูปแบบต่างๆ ล้วนเกิดจากการทดลองและการทดสอบ ความกลมสมบูรณ์แบบของห่วงชูชีพ และเค้าโครงเส้นที่คมชัดของใบเรือสีขาวบริสุทธิ์ ความซับซ้อนของปมเชือก ซึ่งออกแบบให้มีทั้งความอ่อนโยนและความเข้มแข็ง ประกอบด้วยลวดลายต่างๆ เช่น ลายอะราเบสก์และเส้นลายสอดประสาน ตัวอย่างที่ดีที่สุดที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ด้านแฟชั่นของเธอก็คือเสื้อลายทางแบบกะลาสีเรือที่ตัดเย็บด้วยผ้าเจอร์ซีย์ กางเกงยาวขากว้างที่พลิ้วไหว เน็กไทสีดำที่ผูกแบบหลวมๆ หมวกเบเร่ต์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ สายนาฬิกาข้อมือสีขาวที่กะลาสีเรืออังกฤษสวมใส่ซึ่งช่วยเสริมผิวสีแทนให้ดูสวยขึ้น เสื้อผ้าเหล่านี้เติมความแข็งแกร่งให้กับประกายของไข่มุกซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องประดับที่เธอชื่นชอบ และมักสวมใส่ให้ตัดกับผิวสีแทนจากแสงแดดในฤดูร้อน เธอเป็นคนแรกๆ ที่ปลาบปลื้มผิวสีแทนในช่วงทศวรรษ 1920 และเคยพูดกับ Paul Morand ว่า “ต่างหูสีขาวตัดกับใบหูสีแทนเข้มทำให้ฉันรู้สึกพอใจอย่างมาก”

 

โทนสีเกี่ยวกับชีวิตในท้องทะเลดูเหมือนจะกำหนดมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ เฉดสีที่อ่อนบางและสุขุมแต่ในขณะเดียวกันก็ดูเข้มข้นและเย้ายวนของสีดำ สีฟ้า สีขาวของฟองคลื่น และสีทองแดงประกายอบอุ่นปรากฏขึ้นอย่างสดใส ตัดกับสีพื้นหลังที่เข้มและสดใสของท้องทะเล

 

ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนส่วนนี้ทอดยาวจากแนวหินสีแดงของ Estérel ไปจนถึงแนวต้นเลม่อนที่ปลูกลาดเป็นขั้นใน Menton และเป็นจุดที่น้ำทะเลสาดซัดใส่เชิงเขา สายลมไม่เคยหยุดนิ่ง แต่พัดผ่านแผ่วเบาสลับแรงบ้างในบางครั้งเพื่อขจัดสิ่งไม่บริสุทธิ์บนท้องฟ้า และท้องนภาที่สว่างไสวด้วย “แสงที่สาดส่องอย่างงดงาม” ซึ่ง Nietzsche กล่าวว่าเขามองเห็น “การรักษาความว้าวุ่นของจิตวิญญาณ” ที่อยู่ภายใน “ความสงบของบรรยากาศ” ความไม่สงบ “ของจิตวิญญาณ” ของร่างกายที่กระตือรือร้น แห้งแล้ง ขาดการพักผ่อนซึ่งได้รับการกล่อมเกลาด้วยการสัมผัสกับธรรมชาติ อากาศที่อวลด้วยกลิ่นอายของน้ำทะเล การอาบแดดให้ผิวเป็นสีแทน และการหยอกล้อกับฟองคลื่น เป็นร่างกายที่รู้สึกผ่อนคลายซึ่ง Gabrielle Chanel ใฝ่ฝันและปฏิบัติ

 

เพื่อแสดงความระลึกถึงช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์และเปล่งประกายในชีวิตของ Mademoiselle และสอดคล้องกับฤดูกาลล่องเรือ CHANEL Fine Jewelry ขอนำเสนอคอลเลคชั่นเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง Flying Cloud สองรูปแบบ

 

แบบแรกนำเสนอและดัดแปลงองค์ประกอบที่สำคัญและเรียบง่ายที่สุดของการใช้ชีวิตในท้องทะเล เช่น ห่วงชูชีพที่ทำด้วยทองคำขาว ลาปิส ลาซูลี่ และไข่มุกเลี้ยงในชุด Precious Float เชือกที่ทำด้วยทองคำและเพชรในคอลเลคชั่น Sparkling Lines สมอเรือทำด้วยทองคำขาว ไข่มุก และแซฟไฟร์สำหรับชุด Yachting Day ใบเรือ เข็มทิศ และรอยสักทำด้วยทองคำหรือทองคำขาวประดับแซฟไฟร์และเพชรสำหรับชุด Sailor Tattoo… นอกจากนี้ยังนำเสนอเฉดสีต่างๆ ของมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ตั้งแต่เฉดสีใสในชุด Turquoise Waters ทำด้วยทองคำขาว แซฟไฟร์ และเพชร ไปจนถึงสีน้ำเงินเข้มของท้องทะเลในชุด Deep Blue ซึ่งทำด้วยแซฟไฟร์ ทองคำขาว และเพชร

 

แบบที่สองเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเสื้อผ้าฤดูร้อนในซีรีส์ต่างๆ ที่เน้นความเป็นอิสระของการเคลื่อนไหว และเสื้อผ้าที่พลิ้วไหวรอบตัว ชุด Summer Cruise นำเสนอแถบแซฟไฟร์สีน้ำเงินเข้มสลับกัน ทองคำขาว ไข่มุกเลี้ยง หรือเพชรสีเหลืองและสีขาว ชุด Golden Braid เป็นแถบเกลียวถักที่พบเห็นในเครื่องแบบทหารเรือ ชุด Sailor Suit เป็นกระดุมขนาดใหญ่ที่พบเห็นบนเสื้อแจ็คเก็ตของทหารเรือทำด้วยทองคำหรือทองคำขาว สามารถสวมคู่กับกำไลและแหวนทองคำซึ่งทำเป็นรูปเชือกผูกปมเงื่อนและประดับด้วยเพชรในชุด Sunny Rope รวมถึงสร้อยโซตัวร์ สร้อยคอแบบแผง และกำไลข้อมือทำด้วยทองคำขาว แซฟไฟร์ และเพชรจากชุด Sapphire Stripes

 

ไฮไลท์ในคอลเลคชั่นนี้เน้นแสงสีทองของพระอาทิตย์และความสดชื่นจากสายลมในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์สองชิ้นซึ่งแกะสลักโดยช่างทอง ได้แก่ สร้อยคอที่นำเสนอลวดลายการถักทอทำด้วยทองคำขาว แซฟไฟร์ และไข่มุกเลี้ยงในชุด Azurean Braid และสร้อยคอลายเชือกที่มีความอ่อนช้อย ทำด้วยทองคำขาวประดับเพชรจากชุด Endless Knot

…เพื่อเป็นการระลึกถึงเฉดสีต่างๆ ของมหาสมุทรอันกว้างใหญ่...ไปจนถึงสีน้ำเงินเข้มของท้องทะเลลึก

 

English Version PDF

Copyright 2012 Fond Publishing International Co., Ltd.