Placeholder image

Women's Empowerment

คุณศิริพร ไชยสุต รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายยุทธศาสตร์เอเชีย-แปซิฟิก บริษัท เชฟรอนเอเชียแปซิฟิก จำกัด จากจุดเริ่มต้นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย จึงได้เรียนรู้การทำงานทุกอย่าง และใช้องค์ความรู้ที่ได้ศึกษามาทุกแขนง เติบโตสู่การเป็นผู้บริหารในสายงานกฎหมายของบริษัทเชฟรอน ซึ่งจัดอยู่ในลำดับต้นๆ ของฟอร์จูน 500 ดำเนินกิจการปิโตรเลียมในกว่า 160 ประเทศรวมทั้งประเทศไทยด้วย เป็นบริษัทอเมริกันที่ลงทุนมากที่สุดในระเทศไทย ก่อนย้ายกลับมา คุณศิริพรเคยเป็นผู้จัดการใหญ่ฝ่ายกฎหมายของภูมิภาคยุโรป ยูเรเซีย และตะวันออกกลางครอบคลุมถึง 14 ประเทศ และยังเคยประจำอยู่ ณ สำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ในตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายกฎหมาย ซึ่งมีส่วนงานรับผิดชอบธุรกิจต้นน้ำของหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก กับทัศนคติมุมมองที่เชื่อว่า “ความสำเร็จไม่ จำกัดเพศหรือเชื้อชาติ”.

บทสัมภาษณ์ กิริยา ช่วงอรุณ ภาพ ปัณณรุจน์ พีระชัยกาญจน์

Placeholder image

นูเมโรไทยแลนด์ : เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการรับหน้าที่การทำงานจนถึงในปัจจุบัน
คุณศิริพร ไชยสุต : เริ่มต้นจากการเรียนด้านกฎหมาย จึงทำให้มีโอกาสเรียนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เป็นความตั้งใจตั้งแต่ต้นแล้วว่าอยากทำงานด้านกฎหมาย แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะทำงานเป็นที่ปรึกษาในบริษัทเอกชน วางแผนไว้ว่าจะทำงานในสำนักงานทนายความ แต่เมื่อโอกาสมาถึงมีคนเสนองานให้ เมื่อพิจารณาแล้วก็คิดว่าจะสร้างประโยชน์ได้ทั้งกับองค์กรและเพื่อประสบการณ์ส่วนตัวจึงเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ร่วมกัน เดิมทีไม่เคยคาดว่าจะทำงานยาวขนาดนี้ เบื้องต้นเพียงแต่มุ่งทำงานที่รับผิดชอบให้ดีที่สุดในแต่ละวันแต่ละเดือนเพื่อให้สัมฤทธิ์ผลตามเป้า และด้วยความที่ตั้งใจว่าจะทำงานเพียงไม่กี่ปีจึงเร่งสร้างแผนกให้แข็งแกร่งเพื่อจะได้อยู่ต่อไปเมื่อเราออกไปแล้ว แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้เป็นเลิศนั้น กลับกลายเป็นได้รับผิดชอบงานมากขึ้นหลากหลายขึ้นมีงานที่ท้าทายน่าสนใจเข้ามาเรื่อย มารู้ตัวอีกทีตอนนี้ทำงานมาเกือบ 30 ปีแล้ว ได้ค้นพบบทบาทใหม่ของตนที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ กล่าวคือได้ใช้ความรู้ด้านกฎหมายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมาช่วย ให้มีการพัฒนาธุรกิจได้ เริ่มชีวิตการทำงานที่สำนักงานทนายความในสหรัฐอเมริกา และกลับมาทำงานในประเทศไทยช่วงสั้นๆก่อนที่จะถูกชวนมาทำงานกับบริษัทเชฟรอนซึ่งในขณะนั้นเป็นบริษัทยูโนแคล

ถ้านึกย้อนกลับไปสมัยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว งานที่ปรึกษากฎหมายประจำนั้นไม่เป็นที่นิยมในองค์กรไทย บริษัทก็เป็นบริษัทต่างชาติ ทำธุรกิจน้ำมันสำรวจผลิตที่ก็ไม่ใช่กิจการแพร่หลายในไทย ต่อให้ประเทศไทยตื่นตัวในการพัฒนาสตรีพอควรแล้ว แต่วงการน้ำมันก็ยังไม่ได้เปิดกว้างสำหรับสตรีเพศมากนัก แม้แต่ในอเมริกาเอง แต่ด้วยขณะนั้นมีความเชื่อมั่นว่า ผลงานไม่มีเพศ การทำงานไม่น่าจะอยู่ที่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ไม่ต้องใช้กำลังแบกหาม แบกแค่ใจตัวเอง และคิดว่าถ้าอยู่ตรงนั้นสามารถทำประโยชน์ได้ก็เลยลองดู บอกตรงๆ ก็ไม่ได้คิดว่าจะอยู่ได้ถึง 30 ปี คิดแค่ว่าจะทำให้ดีที่สุดในทุกๆ วันเท่านั้น ก็ตัดสินใจมาทำ จะสร้างแผนกกฎหมายให้แล้วก็บอกว่าจะอยู่ไม่เกิน 3 ปีนะแล้วก็จะกลับ ไปทำสำนักงานทนายความ แต่ทำไปทำมาในระยะช่วงเวลา 2 ปีแรก ได้มีโอกาสไปทำคดีในต่างประเทศ และรู้สึกว่ายังสามารถสร้างประโยชน์ มีความสำคัญและได้ใช้ความรู้วิชาที่เรียนมาสร้างประโยชน์ ทำต่อเนื่องมาเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไป 10 กว่าปีแล้ว และได้มีโอกาสใช้ความเป็นคนไทย ได้ไปทำงานและสร้างงานที่มีประโยชน์ คือถ้าไม่มีประโยชน์กับองค์กรก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องจ้างอยู่ดี และความเป็นคนไทย ความมีประสบการณ์ ทำให้ส่งไปทำงานในประเทศต่างๆ หลายแห่งทั่วโลก ทุกอย่างกำลังพัฒนา มีการปฏิรูป มีความรู้สึกว่าทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนายิ่งขึ้น และพอเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาเช่นกัน จะเข้าใจในความไม่สมบูรณ์แบบในแต่ละประเทศ หรือระบอบการปกครองที่หลากหลาย

เล่าถึงมุมมองด้านกฎหมายเป็นอย่างไรบ้าง
กฎหมายเป็นกลไกอย่างหนึ่ง ถ้าดูมุมมองแล้วสังคมก็จะได้อยู่ด้วยกันอยู่รวมกัน การทำมาค้าขายก็เป็นกลไก ซื้อมาขายไป ลงทุนเก็บผลตอบแทน เป็นกลไกในตัวอยู่แล้ว กฎหมายเป็นเพียงจักรตัวนึงและตัวเสริม เป็นสิ่งที่ไม่ว่าสังคมจะอยู่ด้วยกันได้หรือธุรกิจที่จะอยู่ด้วยกันได้ ต้องเริ่มจากตรงนี้ เพราะว่าหลายคนในวงการกฎหมายก็จะมองว่ากฎหมายเป็นสิ่งเดียวเท่านั้น ต้องมองว่ากฎหมายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกทั้งหลาย แล้วจะใช้กฎหมายอย่างไรให้ได้ประโยชน์ที่สุด กฎหมายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นกฎระเบียบ ทำไมถึงอยู่ได้นาน เพราะมีกฎหมาย ระเบียบไม่ใช่ เป็นเพราะว่าค้าขายอย่างเดียวจึงเจริญรุ่งเรือง แต่ก็ไม่มีประเทศไหนที่อยู่ได้ด้วยกฎหมายเพียงอย่างเดียว ทุกคนต้องกินต้องใช้ต้องอยู่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ ดังนั้นการที่จะนำกฎหมายเข้าไปในสังคมธุรกิจการค้า เมื่อมองจากตรงนั้นแล้วประเทศไทย โดยทั่วไปมีกฎหมายที่ดีและใช้ได้ และบางครั้งอาจจะมองว่าทันสมัยกว่าหลายๆ ประเทศ มีทั้งจุดดีและจุดด้อย ข้อดีคือกฎหมายประเทศไทยไม่ได้เป็นเมืองขึ้นใคร กฎหมายเป็นระบบผสม มีทุกระบบ ตั้งแต่ระบบของยุโรป ระบบอังกฤษ ระบบอเมริกัน ระบบใครก็ตามที่เป็นมหาอำนาจ เป็นผู้เก่งในทางนั้น ถ้าให้ยกตัวอย่างในเรื่องการค้าขาย กฎหมายไทยดีกว่ากฎหมายอังกฤษ ถ้าจะพูดถึงในเรื่องของการจัดระเบียบ กฎหมายอาญา กฎหมายละเมิดทั้งหลาย ก็ไปใช้ระบบตั้งแต่รากเดิมทั้งหลายของเยอรมันมา หรือในระบบต่อมา การค้าเปลี่ยนไปจากระบบอังกฤษที่เป็นมหาอำนาจก็เริ่มจะกลายเป็นสหรัฐอเมริกาที่มีกำลังในการค้าหลังสงครามโลก กฎหมายสมัยใหม่ไม่ว่าจะเป็นมหาอำนาจ เกี่ยวกับการล้มละลาย กฎหมายเรื่องธรรมมาภิบาลทั้งหลายก็จะไปศึกษาใช้แนวทางของสหรัฐอเมริกา ในด้านการปกครองก็จะไปดูจากคนที่เป็นผู้นำในช่วงที่มีการปฏิรูปเป็นต้น ก็จะมีหลายๆ อย่างที่คล้ายฝรั่งเศส คนไทยเวลามีลูกหลานส่งไปเรียนต่างประเทศ ก็จะศึกษาอยู่ในกรอบแค่สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จะมีเยอรมันบ้าง ดังนั้นเมื่อคนเหล่านั้นกลับมาพัฒนาประเทศก็จะเอาความรู้ แนวทางของตนเข้ามาปรับปรุงในส่วนของตน ก็เลยเกิดเป็นพันธุกรรมใหม่ ที่คิดว่ากลับดีกว่าที่จะเป็นแนวใดแนวหนึ่ง สามารถจะเลือกเอาจากสิ่งที่ดีของแต่ละส่วนมาใช้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือว่า ต้องใช้อย่างมีสติ รู้ว่ามาอย่างไร อยากให้มีพื้นฐานความตั้งใจ แล้วก็ดูความมุ่งหมายให้ชัดเจน สามารถใช้สิ่งที่มีอยู่ เป็นประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ปัจจุบันรับหน้าที่และทำตำแหน่งอะไร
นอกจากงานประจำแล้วก็มีงานเสริมอื่นซึ่งสิ่งที่ทำส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่คิดว่า พอจะช่วยในสองสามบริบท บริบทแรกคืออยากช่วยพัฒนาให้ประเทศไทย มีนักกฎหมายที่แข็งแกร่งสมศักยภาพของมนุษย์ เนื่องจากกฎหมายก็จะไปช่วยสอนหนังสือ สอนบรรยาย ในส่วนที่สร้างศักยภาพ มีความรู้ด้านกฎหมายก็สอนทางด้านกฎหมาย มีความรู้เรื่องอื่นก็สอนเรื่องอื่น บริบทที่สองคือเอกชนพยายามจะเอาความรู้ที่อยู่ในภาคเอกชนและภาคที่ได้มีโอกาสทำงานในต่างประเทศนั้น เอากลับไปนำเสนอให้กับผู้ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่การงาน ในการที่จะเขียนกฎหมาย เขียนกฎระเบียบสำหรับธุรกิจและสังคมต่อไป ก็จะไปช่วยคณะกรรมการและกรรมาธิการ ตอนนี้ก็อยู่ในกรรมาธิการของพาณิชย์ และการยุติธรรม ส่วนที่สามเกี่ยวกับเรื่องศักยภาพ ไม่ได้เกี่ยวกับภาคธุรกิจ แต่เกี่ยวกับเรื่องสังคม อยากสร้างให้เกิด ส่วนตัวคิดว่าเมื่อสังคมบ้านเมืองสงบแล้ว ก็จะมีจิตใจไปทำมาหากิน และเมื่อทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องพอ ก็จะมีการงานการเงินทีดี จากนั้นค่อยไปช่วยเหลือสังคม เหตุผลที่ทำที่นี่ก็คิดว่าเพราะแก่แล้ว อยากอยู่ในสังคมที่สงบ สร้างสังคมประเทศที่คิดว่าจะอยู่เป็นบั้นปลาย ถ้าสงบแล้วก็มีความสบาย ก็จะอยู่อย่างสบาย จะไปช่วยเหลือสังคม เท่าที่สัมผัสมา มักจะเป็นเรื่องสตรีและเด็ก

บรรยากาศในเชิงการลงทุนที่เกี่ยวกับด้านกฎหมาย
ประเทศไทยมีความได้เปรียบ ทั้งสถานที่ตั้ง อยู่ในที่ที่เหมาะสม สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยมีเสน่ห์ และเป็นสิ่งที่ดีคือ คนไทย อุปนิสัยใจคอ แนวความคิด ความเชื่อของคนไทย โดยพื้นฐาน เป็นสิ่งที่เป็นความแข็งแกร่งและจุดได้เปรียบในตัวโดยที่อาจจะไม่เข้าใจ ในเชิงบริการ คนไทยจะเก่งมาก คนไทยจะมีความโอบอ้อมอารีย์ช่วยเหลือ โดยเฉพาะคนที่ลำบากกว่า ชอบช่วยเหลือคนที่ดีกว่า นั่นก็อีกเรื่อง มีเซอร์วิสมายด์ที่ดี ลักษณะของคนไทย ไม่ได้เป็นคนที่สุดโต่งในทุกเรื่อง เช่น จะโกรธอะไรก็ไม่ได้สุดโต่ง และก็เป็นคนอดทนพอสมควร รถติดอะไรก็ทนได้ ยากลำบากในครั้งแรก แต่คนไทยก็จะมีความสบายๆ ชอบสนุก รักสนุก ส่วนที่ดีที่มีอยู่ จะทำอย่างไร คิดว่าให้ปรับศักยภาพให้พัฒนามากขึ้น และเอาส่วนดีที่คนอื่นชอบมาเพิ่มมากขึ้น คนไทยมีตรงนี้เป็นต้นทุนที่ดีอยู่แล้ว ในทางภูมิศาสตร์ก็ดีอยู่แล้ว เช่น สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ภูเก็ต เชียงใหม่ เกาะช้าง เกาะพังงา ไม่ได้สร้างมีอยู่แล้ว สิ่งท่องเที่ยวก็มีอยู่แล้ว บุคคลก็ดีอยู่แล้ว ประเทศไทยเป็นประเทศที่ถ้าเทียบกับ 160 ประเทศที่บริษัทลงทุน จะเป็นเบอร์หนึ่งหรือไม่เกินเบอร์สอง แต่ไม่เกินเบอร์สามที่คนอยากจะย้ายมาประจำ เป็นสถานที่ที่คนอยากจะมาทำงานอยู่แล้ว แค่ทำให้ประเทศไทยเอาความติดขัด ความยากลำบากออกไปเท่านั้นก็กลับมาที่เดิม ประเทศไทยนั้นขาดอะไร ขาดความสอดคล้อง ขาดภาพรวม ขาดการโยงใย แล้วก็อยากให้คนไทยอย่ามองเฉพาะในประเทศไทย ต้องมองคนอื่นด้วยไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม เหมือนกับการวิ่งมาราธอน ถ้าบอกว่าไม่ใช่คนกลุ่มแรก ไม่ได้จะเอาถ้วยหรอกนะที่วิ่งมาราธอน ไทยยังเป็นประเทศกำลังพัฒนาอยู่เลย คงจะไม่ได้เหรียญทองในการวิ่งมาราธอน แต่อย่าเป็นคนกลุ่มสุดท้ายที่วิ่งเข้าเส้นชัย อยากให้เป็นคนพัฒนาจากคนวิ่งกลุ่มท้าย ไปอยู่กับคนวิ่งกลุ่มกลาง แล้วไปวิ่งติดๆ กลุ่ม ไม่ต้องเอาเส้นชัยก็ได้ แต่ขอให้วิ่งต่อไป เพราะบางทีการวิ่งด้วยความเร็วที่คิดว่าอยู่กลุ่มกลางๆ แล้ว เผลอครู่เดียว คนอื่นก็แซงไปแล้ว ก็จะไปรั้งท้าย ต้องพัฒนา ต้องทันเรื่อยๆ บางทีมัวแต่มาห่วงตัวเอง โดยที่ไม่มองคนอื่น วิ่งไปถึงไหนแล้ว อันนี้เสียดายโอกาส คนไทยมีโอกาสเยอะมาก และเสียดายว่าไม่ได้มองไปตรงนั้น ในโลกปัจจุบัน สิ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการลงทุน จะเห็นว่าการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน การมีความคิดความเห็นของภาคสังคม โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียที่มีอยู่ อันนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกประเทศแล้ว แต่ประเทศไทย และประเทศอีกหลายๆ ประเทศ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารประเทศ ต้องหลุดจากหลักการหรือเป้าหมายที่สำคัญเพราะมัวแต่ไปห่วงความรู้สึกของสาธารณชน แล้วในที่สุดสิ่งที่ออกมาก็กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ขาดโอกาสของประเทศไปอีกเยอะ

มุมมองด้านธุรกิจของประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง
ประเทศขาดศักยภาพของคนในเชิงเทคโนโลยี เพราะสังคมต่อไปก็คงเป็นสังคมที่เป็นเทคโนโลยี ดังนั้นต้องมีการพัฒนาศักยภาพในเรื่องของความรู้และทักษะทางเทคโนโลยี คิดว่าเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับนักลงทุนในอนาคตและอนาคตการลงทุนจะไม่ได้อยู่ที่ว่าต่างชาติไม่ได้มาลงทุนในประเทศไทย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เป็นการลงทุนที่ไม่มีพรมแดน ดังนั้นประเทศไทยยังอยู่ในโลกของต่างชาติ ประเทศไทยมีความเป็นรัฐนิยม ชาตินิยม อยากจะให้คนไทยมองก้าวข้ามความคิดเอาธงชาติไปติดในหลายๆ สิ่ง แม้กระทั่งสินค้าชนิดหนึ่งในปัจจุบัน ถ้าจะติดมีเป็นสิบธงชาติเลย และบางทีก็ยังไปยึดติดว่าอันนี้เป็นบริษัทต่างชาติหรือบริษัทไทยหรือเปล่า ถ้าในโลกที่มีเทคโนโลยีในอนาคต ความเป็นธงชาติยิ่งจะเลือนหายไป จะไม่มีธงชาติใดๆ เลย จะเป็นอะไรก็ไม่รู้ ทีนี้จะไปวัดความเป็นชาติจากอะไร จากสถานสำนักงานใหญ่ที่ตั้ง สัญชาติของคนคิด หรือว่ากิจกรรมส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศไหน คือเลิกคิดเรื่องนั้นได้แล้ว ไปคิดใหม่ดีกว่า ในโลกมองภาพรวมโลกตลาดบุคคลที่ผู้บริโภค ผู้จัดหาแหล่งทรัพยากรอยู่ตรงไหนจะเป็นคนไทยและก็อย่าไปติดว่าเป็นคนไทยเดี๋ยวจะไม่มีโอกาส ไม่จริงเลย ดังนั้นนอกจากอย่าไปคิดกีดกันคนอื่นแล้ว ตัวเองก็อย่าไปคิดจำกัดตัวเอง สิ่งที่ร้ายที่สุดคือการจำกัดศักยภาพตัวเอง คิดว่าทุกคนมีศักยภาพดเหมือนกันหมด เพียงแต่จะเอาความเก่งตัวเองไปใช้ตรงไหน ถ้าพัฒนาทักษะและมีทักษะส่วนหนึ่งที่สำคัญมากกว่าทักษะ ก็คือไม่มีทักษะก็ยังไม่เป็นไร ความเข้าใจว่าดิจิทัลหรือเทคโนโลยีไปถึงไหนแล้ว แล้วฟังก์ชั่นอย่างไรอยู่ในโลกนี้ แล้วตัวเราเอง แม้จะเป็นบุคคลที่ไม่มีศักยภาพแม้แต่น้อย เลยสมมติเป็นคนที่ไม่มีศักยภาพในเชิงเทคโนโลยีหรือดิจิทัล แย่มากเลย ก็ควรจะไปเข้าใจว่าเทคโนโลยีทำอย่างไรก่อน และเอาศักยภาพของความไม่รู้เทคโนโลยีไปใช้ อย่าไปกลัว AI เป็นต้นเหตุ สิ่งที่ AI ทำไม่ได้ คือเรื่องคุณธรรม ไม่มี AI จะมาแทนที่คุณธรรมได้หรือคิดอะไรได้ ถ้าคุณไม่รู้เทคโนโลยี คุณก็เอาศักยภาพของความที่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรดีอะไรไม่ดี อะไรชอบไม่ชอบ ไปหางานทำในสิ่งที่คุณใช้ ในสิ่งที่คุณไม่ต้องใช้เทคโนโลยี แต่คุณจะไม่สามารถไปอยู่ตรงนั้นได้ ถ้าคุณไม่รู้ว่าเทคโนโลยีกับดิจิทัลอยู่ตรงไหน ถ้าอยากให้คนพัฒนาในเรื่องเทคโนโลยี ถ้าเผื่อตัวเองไม่มีทักษะ ต้องรู้ว่าฟังก์ชั่นของธุรกิจปัจจุบันและในโลกนี้เป็นอย่างไรก่อน และก็เอาตัวเองเข้าไปอยู่ เอาไปใช้ หรืออย่าไปทำในสิ่งที่กำลังจะหมดไปในโลกนี้ หรือกำลังจะหมดไป และยังนั่งทำอยู่ เช่น สมัยก่อนเวลามีเครื่องจักร แล้วมาทดแทนแรงงานฝีมือมนุษย์ คุณไม่มีเครื่องจักร ไม่มีเงินไปซื้อเครื่องจักร ไม่เป็นไร คุณไม่ได้ตาย ยังไม่ตาย คุณก็เอาความสามารถเรื่องงานปักงานฝีมือ งานที่ใช้มือ เป็นสิ่งหายาก ดังนั้นมูลค่าผลิตภัณฑ์ก็จะแพงกว่าที่ทำด้วยเครื่องจักร อะไรที่ทำด้วยเทคโนโลยี แข่งกับเทคโนโลยีก็ปล่อยให้ทำไป เอาสิ่งที่ตัวเองเป็นมนุษย์ เอาความเป็นมนุษย์ ความรู้ดี รู้ชอบ รู้ผิด ความมีสติ เป็นสำคัญ

คิดอย่างไรที่สมัยนี้ไม่ใช่ผู้ชายเสมอไปแต่เป็นเพศหลากหลายที่เก่งมากขึ้น มีศักยภาพมากกว่าสมัยก่อน คิดอย่างไรกับมุมมองนี้ในปัจจุบัน
อยากให้ทุกคนมองทุกคนในลักษณะว่าเป็นมนุษย์ดีกว่า อย่ามองคนเหมือนกับสินค้า อย่าพยายามไปติดธงชาติหรือสินค้าธุรกิจเลย เพราะว่าในโลกปัจจุบัน ถ้าจะเอาธงชาติมาติด จะมีหลายธงชาติกัน การเป็นคนการเป็นมนุษย์ อย่าเอาป้ายไปติด ว่าเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย หรืออื่นๆ อยากให้มองเป็นบุคคล มองว่าแต่ละบุคคลมีความสามารถอย่างไร และงานนั้นๆ จะสำเร็จได้อย่างไร ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นหญิงหรือชาย ยกเว้นแต่งานเฉพาะกิจ บางอย่างที่อาจจะต้องเป็นชายจริงหญิงแท้ คุณจะไปเป็นนางแบบแฟชั่น เสื้อผู้หญิง คุณจะเอาผู้ชายมาใส่กระโปรงก็ไม่ได้ เป็นงานเฉพาะทางจริงๆ แต่อยากจะให้มองกลับมา เช่น ผู้หญิงก็เป็นวิศวกรได้ ขับรถบรรทุกได้ แบกหามได้ ผู้ชายตัดเสื้อได้ ตัดผมได้ เลี้ยงลูกได้ ไม่มีงานอะไรที่จะเป็นหญิงหรือชาย หรือ ไม่ว่าหญิงหรือไม่ว่าชาย ถ้าคุณจะต้องการให้คนทำบัญชีสักอันหนึ่ง จะหญิงชายหรือไร้เพศก็ได้ อยากให้คนหลุดจากกรอบความคิดเก่าๆ อย่าขังตัวเองเลย ในโลกอนาคตคุณจะต้องถามไหมว่า AI เพศอะไร ขอให้ทำงานได้ก็พอ อย่างมากก็แค่เลือกเสียงเหมือนสิริ (Siri) ในโทรศัพท์ไอโฟน (iPhone) ของคุณ แค่นั้นเอง ดังนั้นอยากให้มองมนุษย์ที่ความสามารถ มองที่ฟังก์ชั่นเหมือนกับคุณมองโทรศัพท์มือถือในมือคุณ มันจะเป็นสัญชาติอะไรก็ตาม จะเป็นเกาหลี อเมริกัน จีน จะเป็นเพศหญิงหรือเพศชายก็ไม่รู้ ขอให้ใช้ประโยชน์ได้

“ศักยภาพ” ไม่มีส่วนโค้งส่วนเว้า ไม่มีเพศไม่มีสัญชาติ อย่ามองที่คำนำหน้าชื่อ นาย-นาง-นางสาว หรือเขาจะแต่งกายอย่างไร ซองใส่มือถือไอโฟนจะสีอะไร ขอให้มองที่สาระ มองเนื้อหาเป็นสำคัญ บุคคลที่เป็นคนหลากหลายเพศนั้นก็เช่นกัน การไม่ได้เป็นหญิงหรือเป็นชายไม่ใช่เรื่องวิทยาศาสตร์ เป็นเพียงความชอบส่วนบุคคลต้องเคารพในเสรีภาพของเขา และเขามีสิทธิที่จะแสดงออกอย่างไรเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับการทำงาน การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไม่เห็นจำเป็นต้องไปจำแนกให้แตกต่าง เขาก็เป็นบุคคลคนหนึ่งที่มีศักยภาพได้ ในขณะเดียวกันอยากให้บุคคลไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือหลากหลายเพศมีความมั่นใจในศักยภาพของตนเอง อันที่จริงแล้ว การเป็นหญิง ชาย หรือเพศทางเลือก ไม่เกี่ยวกับศักยภาพของคน ไม่เกี่ยวกับการที่จะเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมเลย อยากให้สังคมเปิดใจให้กว้าง กลับมาที่ประเด็นเดิม อย่าไปจำกัดความคิด

เพราะจะเป็นการจำกัดศักยภาพของตัวเอง เตรียมตัวให้พร้อมกับโลกในอนาคต ถ้าไทยอยากแข่งขันกับเขาได้ ต้องเริ่มที่ความคิดมุมมอง อย่าขังตัวเองไว้ในกรงแห่งสมมุติฐานที่ผิดๆ อยากให้เปิดใจให้กว้างมองในทุกอย่างไม่ว่าเชิงธุรกิจ หรือสังคม ความเก่ง ความดี ไม่มีพรมแดน ไม่มีสัญชาติ ไม่มีเพศ เชื่อมั่นว่าถ้าทุกคนคิดได้และร่วมมือกันเราจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

การเตรียมตัวให้พร้อมกับโลกในอนาคตของประเทศไทยฝึกแข่งขันประเทศไทย มองสิ่งต่างๆให้เป็นสิ่งที่ดี และอยากให้มีสติให้เปิดใจให้กว้างมองในทุกอย่างไม่ว่าเชิงธุรกิจ เปิดกว้างให้มากขึ้น จะทำให้ไม่มีพรมแดน จะไม่มีสัญชาติ จะไม่มีเพศใดๆ อีกต่อไป.

Fashion

Placeholder image

VIVIENNE WESTWOOD AND BURBERRY REVEAL CAMPAIGN FOR THEIR COLLABORATIONVIVIENNE WESTWOOD AND BURBERRY REVEAL CAMPAIGN FOR THEIR COLLABORATION

Vivienne Westwood และ Burberry ร่วมมือกันรังสรรค์คอลเลคชั่นสุดพิเศษ โดยได้ช่างภาพมากฝีมืออย่าง...

Placeholder image

เทคนิคการแต่งหน้าให้เข้ากับโทนสีของชุดไทย

ในปัจจุบันชุดไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นชุดประจำชาติที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัว ไม่เหมือนกับชาติอื่นๆ ด้วยการออกแบบและการตัดเย็บที่ประณีต บวกกับการสร้างสรรค์โทนสี และลวดลายบนผืนผ้าที่เกิดจากงานฝีมือของช่างไทยที่มีความพิถีพิถัน...

Placeholder image

งานแต่งแห่งปีระหว่างนักร้องหนุ่มสุดฮ็อต Nick Jonas และ Priyanka Chopra

Nick Jonas และ Priyanka Chopra ตัดสินใจสละโสดหลังจากคบหาดูใจกันมาสักระยะหนึ่ง โดยทั้งคู่วางแผนจะแต่งงานกันสุดสัปดาห์นี้ โดยกำลังเดินทางไปสนามบินในมุมไบประเทศอินเดีย และจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดงานแต่งงานของพวกเขาในเมือง Jodhpur...

Placeholder image

COMME des GARÇONS has now opened special installations for the collection at Dover Street Market locations around the world

After officially launching its new CDG line last week, COMME des GARÇONS has now opened special installations for the collection at Dover Street Market locations around the world.

Placeholder image

TOD’S FW18 GOMMINO COLLECTION


ทอดส์ (Tod’s) แบรนด์เครื่องหนังสัญชาติอิตาเลี่ยน นำเสนอไอคอนิคไอเท็มในฤดูใบไม้ร่วง - ฤดูหนาว 2018 กับรองเท้ากอมมิโน่ (Gommino) อันเป็นรองเท้ามอคคาซินยอดนิยมอันดับหนึ่งตลอดกาลจากทอดส์ ซึ่งในซีซั่นใหม่นี้ ทอดส์ได้เพิ่มเติมลูกเล่นและความพิเศษให้กับรองเท้ากอมมิโน่อย่างมากมาย...

Placeholder image

Bottega Veneta Cruise 2019 collection

เพื่อแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อน และน่าสนในของคอลเล็กชั่นนี้ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์โทมัส ไมเยอร์ (Tomas Maier) จึงได้แบ่งคอลเล็กชั่นนี้ออกเป็นสามคอลเล็กชั่นย่อยๆ “เหมือนกับเป็นมินิคอลเล็กชั่น” Tomas Maier กล่าว “คอลเล็กชั่นแรกจะออกในเดือนพฤศจิกายน คอลเล็กชั่นต่อมาออกในเดือนธันวาคม และคอลเล็กชั่นที่สามในเดือนมกราคม...

Placeholder image

SALVATORE FERRAGAMO PRESENTS THE STUDIO BAG

SALVATORE FERRAGAMO UNVEILS THE STUDIO BAG ITS FIRST SIGNATURE HANDBAG LAUNCHED SINCE THE APPOINTMENT OF PAUL ANDREW AS WOMEN’S CREATIVE DIRECTOR.INSPIRED BY A POWERFUL SENSE OF CREATIVE KINSHIP...

Placeholder image

MON TRÉSOR THE FENDI TREASURE BAG GROWS UP!

FENDI’s Mon Trésor bucket bag gets a new look on the Women’s Fall/Winter 2018-19 catwalk, presented in a bigger size to carry all must have items and become the cool day bag of every woman’s dreams....

Placeholder image

F IS FOR… FENDI MANIA

Are you ready to get obsessed with the FENDI MANIA Collection? Vivid colors and patterns lit-up the new Capsule Collection by FENDI, famed by its cool ‘FENDI/FILA’ logo created by Instagram artist @hey_reilly and re-appropriated by the House across Ready-To-Wear and Accessories...

Placeholder image

Giorgio Armani presents the Emporio Armani Spring/Summer 2019 collections in the hangar of Milano Linate Airport

Giorgio Armani is pleased to announce Emporio Armani Boarding, a major show event to be held on 20th September 2018 in the hangar of the Milano Linate Airport...