Parmigiani Fleurier TONDA PF ศิลปะความหรูที่เผยผ่านสามผลงานเด่นแห่งคอลเลกชั่น
พาร์มิจิอานนี เฟลอร์ริเยร์ ทอนดา พีเอฟ (Parmigiani Fleurier TONDA PF) คอลเลกชั่นที่นิยามความหรูหราและประณีต สร้างความประทับใจยิ่งขึ้นเมื่อได้สัมผัส คว้ารางวัลเกียรติยศระดับโลกที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ออสการ์แห่งวงการนาฬิกา” เมื่อปี 2022 (Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG))
โดย Numéro Thailand ภาพ Parmigiani Fleurier
ไม่ว่าจะเป็นเส้นสายทรงกลมที่ลื่นไหล การขัดแต่งผิวโลหะที่สมบูรณ์แบบ หรือกิโยเช่ แกร็ง ดอร์จ (Guilloché Grain d’Orge) อันละเอียดประดุจเส้นด้าย ทั้งหมดนี้คือภาษาการออกแบบที่พาร์มิจิอานนี เฟลอร์ริเยร์ (Parmigiani Fleurier) ใช้สื่อสารกับผู้รู้จริง สะท้อนปรัชญาของแบรนด์ที่เชื่อว่าความงามอันแท้จริงไม่เพียงอยู่ในสิ่งที่มองเห็นได้ทันที แต่งดงามในรายละเอียดที่ค่อยๆ เผยตัวเมื่อเวลาผ่านไป เพื่อสำรวจเสน่ห์ของคอลเลกชั่นนี้อย่างรอบด้าน นูเมโร ไทยแลนด์ พาทุกท่านทำความรู้จักกับสามผลงานเด่นที่สะท้อนบุคลิกและความสามารถด้านกลไกของ พาร์มิจิอานนี เฟลอร์ริเยร์ ในมุมมองที่แตกต่างกัน
Tonda PF Automatic 36mm Steel Rose Gold Deep Ruby ความงามกะทัดรัดที่โดดเด่นด้วยเฉดสีแดงเข้มลุ่มลึก สง่างามอย่างมีแรงดึงดูด
หน้าปัดสีแดงทับทิมเข้ม (Deep Ruby) คือจุดเด่นสำคัญที่สร้างเอกลักษณ์ให้ ทอนดา พีเอฟ ออโตเมติก 36mm ดีพ รูบี (Tonda PF Automatic 36mm Deep Ruby) โทนสีเบอร์กันดีเข้มที่ให้ภาพลักษณ์ทันสมัย ชัดเจน สีของหน้าปัดเปลี่ยนไปเล็กน้อยตามมุมแสง ทำให้เรือนเวลามีมิติมากขึ้นและดูไม่จำเจ ขนาด 36 มม. หน้าปัดตกแต่งด้วยลายกิโยเช่แบบรวงข้าวบาร์เลย์ รังสรรค์โดยช่างฝีมือผู้ชำนาญการ ลวดลายที่ละเอียดซับซ้อนสะท้อนและเล่นกับแสงอย่างแยบยล เพิ่มความลึกและความอบอุ่นให้กับหน้าปัดประดับเพชรหลักชั่วโมง เป็นเพชรบาแก็ต 12 เม็ด (D–G / IF–VVS) น้ำหนักรวมประมาณ 0.36 กะรัต ให้ความรู้สึกพรีเมียม แต่ไม่มากจนจำกัดโอกาสการใช้งาน
ตัวเรือนและสายนาฬิกาใช้วัสดุ สเตนเลสสตีลผสมทองโรสโกลด์ 18 กะรัต ซึ่งไม่ใช่การประดับเพื่อสีสันเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างและรูปทรง โดยแบรนด์ออกแบบให้โลหะทั้งสองสีมีการไล่ระดับอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ภาพรวมดูสะอาดตา ทันสมัย และเข้ากับหลากหลายสไตล์การแต่งกาย ดีไซน์สายแบบ ‘สายน้ำทองคำ’ (river of gold) คือการจัดเรียงข้อสายให้มีความต่อเนื่องเหมือนสายน้ำไหล ช่วยให้สวมใส่สบาย กระชับ ไม่หนักข้อมือ พร้อมขอบตัวเรือน (bezel) แบบเซาะร่องลายเฟือง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตระกูลทอนดา พีเอฟ (Tonda PF)
ภายในตัวเรือนมีกลไก PF770 แบบอัตโนมัติ ผลิตภายในโรงงานของแบรนด์ มอบพลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง (4 Hz) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มั่นคงและเหมาะกับการใช้งานจริง ประกอบด้วยชิ้นส่วน 179 ชิ้น ทับทิม 29 เม็ด ตกแต่งด้วยลายเจนีวา (Côtes de Genève) และการขัดมุมสะพานเครื่องอย่างประณีต พร้อมโรเตอร์ทองโรสโกลด์ 22 กะรัตแบบฉลุ ขัดแต่งทั้งแบบขัดเงาและซานด์บลาสต์ สามารถมองเห็นผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ และกันน้ำลึกได้ถึง 100 เมตร
Tonda PF Automatic 36mm Deep Ruby คือเรือนเวลาที่ผสมผสานความประณีตแบบงานช่างดั้งเดิมเข้ากับรสนิยมร่วมสมัยอย่างลงตัว เหมาะกับผู้ที่ต้องการนาฬิกาที่มีรายละเอียดและคุณภาพสูง สีสันมีเอกลักษณ์ คงความสุภาพและสวมใส่ได้หลากหลายโอกาส
Tonda PF Micro Rotor Steel Rose Gold Stone Blue ความประณีตระหว่างสตีลและโรสโกลด์ที่รังสรรค์ความงดงามร่วมสมัยอย่างเหนือระดับ
ทอนดา พีเอฟ ไมโคร โรเตอร์ สตีล โรสโกลด์ สโตน บลู (Tonda PF Micro Rotor Steel Rose Gold Stone Blue) คือบทพิสูจน์แห่งวิวัฒนาการด้านการออกแบบของ พาร์มิจิอานนี เฟลอร์ริเยร์ (Parmigiani Fleurier) ที่ผสานความประณีตของงานฝีมือระดับสูง เข้ากับความงดงามร่วมสมัยได้อย่างไร้ที่ติ เรือนเวลารุ่นนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์ทูโทนอันแสนประณีต ระหว่างสแตนเลสสตีลคุณภาพสูงและโรสโกลด์ 18 กะรัต มอบความอบอุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมหน้าปัดสีสโตนบลู (Stone Blue) เฉดพิเศษ เปลี่ยนมิติของสีไปตามสภาพแสงรอบตัว เปรียบเสมือนผืนท้องฟ้าที่เคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา เผยเสน่ห์ลุ่มลึกและละเอียดอ่อนในทุกองศา
เรือนเวลารุ่นใหม่นี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์อันประณีตของแบรนด์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ตั้งแต่ลวดลายกิโยเช่ แกร็ง ดอร์จ (Guilloché Grain d’Orge) ที่สลักด้วยมือ ซึ่งเป็นลายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Parmigiani Fleurier ขอบตัวเรือนแพลตินัมที่ผ่านการขัดละเอียดจนเกิดความแวววาวนุ่มนวล ไปจนถึงสายข้อมือที่ผสานพื้นผิวขัดด้านและขัดเงาเข้าด้วยกันอย่างลงตัว แต่ละองค์ประกอบสะท้อนมุมมองด้านสุนทรียศาสตร์ที่ต้องอาศัยทักษะอันประณีตที่สุดของช่างฝีมือผู้ชำนาญการ แห่งหุบเขาวัลเดอทราเวียร์ส (Val de Travers) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ภายใต้ความงดงามภายนอก คือกลไกอัตโนมัติ (PF703 calibre) หนึ่งในกลไกที่บางที่สุดของแบรนด์ พร้อมไมโครโรเตอร์ (Micro-Rotor) ทำจากโรสโกลด์ 22 กะรัต ตกแต่งด้วยลวดลายกิโยเช่เช่นเดียวกับหน้าปัด ตัวกลไกให้พลังงานสำรอง 48 ชั่วโมง บรรจุอยู่ภายในตัวเรือนที่มีความบางเพียง 7.8 มิลลิเมตร ทำให้เรือนเวลานี้สามารถสวมใส่ได้อย่างเบาสบาย ทว่าเปี่ยมด้วยสมรรถนะขั้นสูงด้านวิศวกรรมไมโครเมคานิกส์
การผสมผสานระหว่างสตีลและโรสโกลด์ของ Tonda PF Micro Rotor Steel Rose Gold Stone Blue ไม่ใช่เพียงเรื่องของความงามเชิงโทนสี แต่สะท้อนแนวคิด “Harmonious Dialogue” หรือ “การสื่อสารอย่างสมดุล” ที่ มิเชล พาร์มิจิอานนี (Michel Parmigiani) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ยึดถือในการสร้างสรรค์ผลงานทุกชิ้นด้วยความคิดที่ให้คุณค่ากับสัดส่วน ความสมดุลและความบริสุทธิ์ของเส้นสาย มากกว่าการประดับประดาที่ไม่จำเป็น
Tonda PF Minute Rattrapante Artic Rose อิสระเหนือกาลเวลา คำตอบของการใช้ชีวิตอย่างสง่างามและมีความหมาย
จุดเด่นที่สุดของระบบการทำงานแบบพิเศษที่เรียกว่า มินิต ราตตราปองต์ (Minute Rattrapante) เป็นตัวช่วย “เพิ่มเวลา” ในแบบที่ไม่มีใครทำได้ ปุ่มด้านข้างช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถขยับเวลาออกไปอีก 1 หรือ 5 นาที เข็มนาทีทองคำจะเลื่อนออก ก่อนจะกลับมาซ้อนกับเข็มจริงเมื่อเวลาที่ผู้สวมใส่ “จงใจยืดออกไป” นั้นหมดลง ฟังก์ชันนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อแข่งกับเวลา แต่เพื่อยืดช่วงเวลาที่ต้องการให้ยาวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเวลากาแฟยามเช้า การสนทนาดีๆ หรือช่วงเวลาที่ไม่อยากให้จบลงเร็วเกินไป นี่คือความหรูหราที่ไม่ต้องโชว์ แต่รู้สึกได้อย่างชัดเจน ตามรูปแบบของความหรูหราที่เป็นส่วนตัวของแบรนด์อย่างแท้จริง
สำหรับ Tonda PF Minute Rattrapante Artic Rose รุ่นปี 2025 หน้าปัดเฉดชมพูเย็นเฉียบที่สะท้อนแสงราวกับผลึกน้ำแข็ง เป็นไฮไลต์ที่มองแวบเดียวก็จดจำได้ สีนี้ไม่ใช่เป็นเพียงความสวย แต่ผสานรากวัฒนธรรมไว้ด้วย สีชมพูเคยเป็นสีของสุภาพบุรุษในศตวรรษที่ 18 การนำกลับมาวางบนเรือนเวลาผู้ชายในยุคนี้ จึงเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของความมั่นใจโดยไม่ต้องตีกรอบ ทั้งยังเข้ากับภาพลักษณ์ร่วมสมัยของคนรุ่นใหม่ที่แฟชั่นคือเรื่องของ “ความเป็นตัวเอง” มากกว่ากฎเกณฑ์ใดๆ
งานดีไซน์ด้วยฝีมืออันปราณีตยังคงเอกลักษณ์ Tonda PF Minute Rattrapante Artic Rose ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งลวดลายแกร็ง ดอร์จ (Grain d’Orge) ที่ละเอียดจนเหมือนคลื่นแสง ขอบเบเซลแพลตินัมขัดมือที่สะท้อนแสงอย่างแผ่วเบา ไปจนถึงตัวเรือนและสายสตีลที่ต่อเนื่องราวกับประติมากรรมชิ้นเดียว ด้านหลังเผยกลไกอัตโนมัติ PF052 ที่บางเฉียบแต่ซ่อนรายละเอียดของงานนาฬิการะดับสูง (Haute Horlogerie) ทั้งไมโครโรเตอร์ทองคำ 22 กะรัตและงานตกแต่งที่งดงามละเอียดทุกองศา เมื่อประกอบทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน นาฬิกาเรือนนี้จึงให้ความรู้สึกราวกับ “เครื่องประดับที่บอกกาลเวลา” มากกว่าเป็นนาฬิกาข้อมือ มอบความสงบงาม มีจังหวะในแบบของตัวเองอย่างแท้จริง.