Alice through the looking glass


“คงไม่มีประโยชน์หากเข้าไปในดินแดนมหัศจรรย์ แล้วพบว่าไม่มีอะไรที่ชวนให้รู้สึกมหัศจรรย์.”


Placeholder image

Alice Through the Looking Glass ดัดแปลงเค้าโครงเรื่องมาจาก Through the Looking-Glass, and What Alice Found There วรรณกรรมอมตะ ผลงานการเขียนของ ลูอิส คาร์รอลล์ (Lewis Carroll) ซึ่งจัดอยู่ในหมวด Literature Nonsense หรือวรรณกรรมที่มีตรรกะของตัวเองอันแปลกแยกไปจากความจริง แฝงด้วยปรัชญาและนัยยะบางอย่างภายใต้ความไร้แก่นสารอย่างแนบเนียน ด้วยความเลื่องชื่อของนักเขียนในด้านอักษรศาสตร์ และบทความวิชาการ รวมทั้งตรรกะวิทยา อีกทั้งงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขัน จึงทำให้ Alice Through the Looking Glass กลายเป็นเสน่ห์ของการบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางผจญภัยครั้งใหม่ของอลิซ สู่ดินแดนกระจกที่อยู่นอกเหนือขอบเขตและกฎเกณฑ์ของความเป็นจริง ท่ามกลางความจัดจ้านของสีสันแห่งโลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด และกาลเวลานำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่มีเดิมพันเป็นชีวิตและเพื่อนจากอีกด้านของบานกระจกที่เธอจากมา หนทางเดียวที่จะช่วยได้คือ ‘บุรุษแห่งเวลา’ ผู้ควบคุมเข็มนาฬิกา อดีต ปัจจุบัน และอนาคต


Placeholder image

Alice Through the Looking Glass ดัดแปลงเค้าโครงเรื่องมาจาก Through the Looking-Glass, and What Alice Found There วรรณกรรมอมตะ ผลงานการเขียนของ ลูอิส คาร์รอลล์ (Lewis Carroll) ซึ่งจัดอยู่ในหมวด Literature Nonsense หรือวรรณกรรมที่มีตรรกะของตัวเองอันแปลกแยกไปจากความจริง แฝงด้วยปรัชญาและนัยยะบางอย่างภายใต้ความไร้แก่นสารอย่างแนบเนียน ด้วยความเลื่องชื่อของนักเขียนในด้านอักษรศาสตร์ และบทความวิชาการ รวมทั้งตรรกะวิทยา อีกทั้งงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขัน จึงทำให้ Alice Through the Looking Glass กลายเป็นเสน่ห์ของการบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางผจญภัยครั้งใหม่ของอลิซ สู่ดินแดนกระจกที่อยู่นอกเหนือขอบเขตและกฎเกณฑ์ของความเป็นจริง ท่ามกลางความจัดจ้านของสีสันแห่งโลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด และกาลเวลานำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่มีเดิมพันเป็นชีวิตและเพื่อนจากอีกด้านของบานกระจกที่เธอจากมา หนทางเดียวที่จะช่วยได้คือ ‘บุรุษแห่งเวลา’ ผู้ควบคุมเข็มนาฬิกา อดีต ปัจจุบัน และอนาคต


Placeholder image

จากบทประพันธ์เดิมของ ลูอิส คาร์รอลล์ (Lewis Carroll) อลิซคือเด็กหญิงไร้เดียงสาผู้หลงใหลในจินตนาการเท่านั้น หากแต่ในภาพยนตร์เธอคือหญิงสาวอายุ 19 ปี ผู้ต้องการค้นหาตัวเองผ่านโลกแห่งจินตนาการ เธอไม่ชอบปฎิบัติตามขนบธรรมเนียม มารยาทและข้อบังคับทางสังคมเหมือนสตรีในยุควิกตอเรียน เธอไม่ยอมสวมคอร์เซ็ตต์และถุงน่อง ซึ่งเป็นเครื่องแต่งตัวชิ้นสำคัญสำหรับผู้หญิงเวลาออกงานสังคม รวมทั้งการแสดงกิริยาที่แตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นซึ่งในยุคนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าการเป็นแม่บ้านที่ดี ตลอดจนการเป็นแม่ที่ดีของลูก อลิซชอบเพ้อฝันและมีจินตนาการเกินจริงเสมอ โดยมีเพียงพ่อผู้ล่วงลับเท่านั้นที่คอยรับฟังและแบ่งปันจินตนาการกับเธอ ในจินตนาการเหล่านั้น ตัวละครทั้งหมดที่อลิซคิดขึ้นมา เปรียบเสมือนบรรดาญาติพี่น้องของเธอบนโลกแห่งความจริง และเป็นบททดสอบที่จะสอนให้รู้ว่าจะรับมือกับคนเหล่านั้นได้อย่างไร


Placeholder image

ตลอดเวลา 150 ปี ของสุดยอดวรรณกรรมคลาสสิกระดับโลก Alice’s Adventure in Wonderland และ Through the Looking Glass, and What Alice Found There แฝงไว้ด้วยปรัชญาด้านมืดและแนวคิดสะท้อนสังคม เกี่ยวกับดินแดนแบบขั้วตรงข้าม ไม่มีสิ่งใด ‘ปกติ’ มีแต่สิ่งที่เกินฝันคาดเดาไม่ได้ ทุกอย่างจะสลับกลับด้านกันไปหมด ซ้ำเวลายังหมุนสวนทางจนชวนพิศวง ดินแดนที่การแข่งขันไม่มีเส้นชัย ไม่มีผู้แพ้ แต่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนคือผู้ชนะ ดินแดนที่ใครตีสนิทกับ ‘เวลา’ จะสามารถจัดงานเลี้ยงน้ำชาตอนหกโมงเย็นได้ตลอดไป รวมถึงกติกาและหลักการของเกมหมากรุกที่มาเป็นตัวดำเนินเรื่อง พร้อมทั้งสอดแทรกปริศนาคำทายสัญลักษณ์.


RELATED POST