From script to screen



โอลิวิเยร์ อาส์ซายาส์ (Olivier Assayas) นักเขียนและผู้กำกับชาวฝรั่งเศสสร้างภาพยนตร์ลี้ลับเหนือธรรมชาติ ผลงานชิ้นล่าสุด Personal Shopper โดยมีคริสเตน สจ๊วต (Kristen Stewart) แสดงนำ เขาเล่าถึงแรงบันดาลใจ จุดเริ่มต้นและเรื่องราวการสร้างหนังที่ท้าทายเรื่องนี้



Placeholder image

นูเมโร: กรุณาเล่าจุดเริ่มต้นการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์
โอลิวิเยร์:
ผมอยากทำหนังมาตั้งแต่ต้น ความจริงแล้วผมชื่นชอบการวาดภาพและการขีดเขียนมาก่อน ตอนผมอายุยี่สิบห้าก็เริ่มถ่ายหนังสั้น และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าการสร้างหนังเป็นสิ่งที่ผมสามารถเข้าถึงได้ก็คือคุณพ่อของผมซึ่งเป็นนักเขียน ท่านทำให้ผมรู้สึกว่าการทำหนังอยู่เพียงเอื้อมมือ จากนั้นผมก็เริ่มเขียนบทและเรียนรู้การสร้างหนังอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถึงแม้ว่าผมจะเรียนการวาดภาพศิลปะวรรณกรรมฝรั่งเศสและไม่มีความรู้เรื่องการถ่ายหนังเลย แต่ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่ผู้สร้างหนังทุกคนต้องผ่านไปให้ได้ เพราะการเติบโตด้วยตัวเองและพบกับความล้มเหลวจะทำให้คุณพร้อมที่จะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์

อธิบายเรื่องราวของ Personal Shopper
Personal Shopper เป็นเรื่องราวของผู้หญิงชาวอเมริกันคนหนึ่ง เธอย้ายมาอยู่ที่ฝรั่งเศสได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ โดยเหตุผลหลักที่เธอมาก็เพราะพี่ชายฝาแฝดของเธอที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศสเสียชีวิตอย่างกระทันหัน ตัวเธอที่สามารถสื่อสารกับวิญญาณได้จึงคิดอยากจะติดต่อกับพี่ชาย และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของเธอซับซ้อนและลี้ลับมากขึ้น

ชื่อหนังน่าสนใจและดูไม่ใช่หนังลึกลับ ทำไมถึงตั้งชื่อเรื่องว่า Personal Shopper
ผมชอบแนวคิดที่ว่าชื่อเรื่องสามารถเชื่อมโยงระหว่างชีวิตจริงและความลี้ลับเหนือธรรมชาติเพราะแนวคิดนี้ให้แง่มุมที่ว่าสิ่งลี้ลับที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ก็สามารถเกิดขึ้นในชีวิตจริงได้

อะไรทำให้คุณคิดบทเรื่องนี้ขึ้นมาได้
ผมอยากสร้างภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับความลี้ลับเหนือธรรมชาติมาตลอด ในผลงานแต่ละเรื่องของผม มักจะมีเรื่องเหนือธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ไม่ว่าจะมาในรูปแบบเห็นกับตาหรือซ่อนเร้นไว้ แต่เรื่องเหนือธรรมชาติทั้งหมดที่ผมเล่าดูจะสมเหตุสมผลเหมือนกับการผสมผสานความคิดผ่านการก้าวเข้าไปสู่โลกที่สิ่งที่มองเห็นและสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่ร่วมกัน

ทำไมถึงชอบเรื่องเหนือธรรมชาติ คุณเคยสัมผัสกับเรื่องพวกนี้หรือไม่
ผมไม่เคยเห็นวิญญาณด้วยตัวเองมาก่อน แต่ผมมีความคิดที่ว่าคนเราอาศัยอยู่กับวิญญาณเป็นเรื่องปกติ ผมคิดว่าเราติดต่อสื่อสารกับผู้ที่จากไปอยู่ตลอด ผู้คนน่าจะรับรู้อยู่ในใจว่าสิ่งที่เราเห็นอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ทั้งหมด และสิ่งที่เรามองไม่เห็นก็มีความหมายบางอย่างในตัวเอง แม้เราจะใช้คำว่าวิญญาณหรือผี แต่ท้ายที่สุดเราก็รับรู้ว่าสิ่งที่เรามองไม่เห็นก็มีพลังงานบางอย่างในตัว นี่เป็นเหตุผลที่ผมชอบเรื่องเหนือธรรมชาติ

ภาพยนตร์ส่วนใหญ่มักจะมีข้อความบางอย่าง ข้อความที่คุณต้องการสื่อในเรื่องนี้คืออะไร
ผมไม่ค่อยให้ความสำคัญกับข้อความในเรื่องนัก แต่ผมกลับคิดว่าทุกๆ ศิลปะมีคำถามในตัวเอง และผมคิดว่าศิลปะไม่ใช่การให้คำตอบ ถึงแม้ว่าภาพยนตร์นั้นๆ ต้องการสื่อเกี่ยวกับการเมือง แต่ศิลปะก็คือศิลปะ คือเรื่องราวความซับซ้อนบนโลกใบนี้ หรือเราอาจจะเรียกได้ว่าความจริงที่ยากจะตั้งคำถาม การถ่ายภาพยนตร์จึงเหมือนการถ่ายความขัดแย้งให้เห็นลงบนแผ่นฟิล์ม

ทำไมเลือกจับคู่ระหว่างแฟชั่นและเรื่องลี้ลับ เป็นสองสิ่งที่แตกต่างกันมาก
เพราะแฟชั่นเป็นงานที่มัวรีน คาร์ตไรท์ (Maureen Cartwright) ตัวเด่นในเรื่องซึ่งรับบทโดยคริสเตน สจ๊วต (Kristen Stewart) จะทำได้ เธอต้องอาศัยอยู่ในต่างแดน ไม่รู้จักใครและไม่สามารถพูดภาษาของประเทศนั้นได้ จากจุดนี้ทำให้ผมคิดว่าเธอสามารถเป็นสไตล์ลิสต์ได้ ผมตั้งกฎเอาไว้ว่างานของเธอจะต้องเป็นงานที่ไม่ใช้ความสามารถเฉพาะเจาะจงและไม่ต้องใช้ภาษาพูด ยิ่งไปกว่านั้น ผมชอบแนวคิดของคนๆ หนึ่งที่ทำงานพิเศษ เหมือนกับเธอเพียงแค่ผ่านเข้ามาและผ่านไป เพราะชีวิตของผู้หญิงคนนี้ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรทั้งนั้นในฝรั่งเศส เธอไม่มีเพื่อน ไม่มีครอบครัวหรือประวัติอะไรในเมืองนั้น เธอจึงรับงานที่เรียกได้ว่าแปลกจากเธอและไม่ใช่งานเพื่ออนาคตของเธออีกด้วย เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ผมยังชอบแนวคิดที่เธอเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เป็นวัตถุนิยมและความโมเดิร์นดึงให้เธอเข้าไปสู่ความรู้สึกไม่พอใจ และนำทางให้เธอเข้าไปสืบเรื่องลี้ลับซึ่งทำให้ชีวิตของเธอซับซ้อนและอันตรายมากขึ้น

อะไรทำให้คุณเลือกคริสเตน สจ๊วต เป็นนักแสดงนำในเรื่อง
ผมชอบเธอมาตลอด จริงๆ แล้วผมชอบเธอมากแต่ผมไม่มีโอกาสได้เจอเธอเลย จนเมื่อเธอแสดงในภาพยนตร์เรื่อง On the Road ซึ่งโปรดิวเซอร์ของผมเป็นคนสร้าง ในงานเปิดตัวหนังผมมีโอกาสได้เจอกับเธอแต่เป็นการพบปะพูดคุยกันธรรมดา ผมชอบความกระตือรือร้นของเธอ เพียงแค่ได้พูดคุยกับคริสเตนไม่มากนัก ผมก็รู้สึกตื่นเต้นในตัวเธอซึ่งเป็นความรู้สึกตื่นเต้นในแง่มุมของการสร้างหนัง ในขณะที่ผมเขียนตัวละครหลักในเรื่องนั่นก็คือมัวรีน คาร์ตไรท์ โดยมีบทเป็นหญิงสาวอเมริกัน ผมก็คิดขึ้นมาทันทีว่าคริสเตน เหมาะกับบทนี้มาก จึงเสนอบทนี้ไปให้เธอโดยไม่คาดหวังอะไรมากนักแต่คริสเตนกลับตอบรับเล่นบทนี้ ถือเป็นเรื่องอัศจรรย์จริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น ตัวผมมองว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะเราสองคนมีความคิดในเรื่องลี้ลับและการถ่ายภาพยนตร์ในแง่มุมเดียวกัน ทำให้การทำงานกับคริสเตนนั้นง่ายมาก

อะไรทำให้คุณรู้สึกท้าทายในการถ่ายทำภาพยนตร์
ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำยากในหลายๆ ด้าน ถือเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ถ่ายทำยากจากงานที่ผมได้ทำมา แต่โดยส่วนตัว ผมชอบภาพยนตร์ที่สร้างสรรค์ออกมาได้ยาก ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังถือเป็นความท้าทายของคริสเตนอีกด้วย เพราะความเข้มข้นของเนื้อเรื่องที่เธอต้องสร้างขึ้นมา และการเป็นตัวละครเด่นเพียงตัวเดียวทำให้เธอต้องแบกรับภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้เพียงคนเดียว หากพูดถึงเรื่องเทคนิคในการถ่ายทำที่ยุ่งยากที่สุดคงจะเป็นฉากที่ส่งข้อความอย่างต่อเนื่อง ในตอนที่ผมเขียนฉากนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องง่าย แต่เมื่อถ่ายทำจริงกลับยากและท้าทายที่สุด

อธิบายถึงเทคนิคการถ่ายทำเรื่องนี้
เป็นเรื่องที่มี Close-up น้อยที่สุดจากภาพยนตร์ที่เคยสร้างมา เพราะปกติผมมักจะใช้เลนส์ระยะไกล (Long lens) ในการถ่ายทำ แต่ในครั้งนี้ผมต้องใช้หลากหลายเทคนิคมากขึ้นเพราะตัวละครหลักมีเพียงตัวเดียวและมักอยู่คนเดียว ภาพยนตร์ต้องโฟกัสที่ตัวละครเดียวทั้งเรื่อง ผมจึงพิถีพิถันในการเลือกเทคนิคถ่ายทำในทุกๆ ฉาก

คำแนะนำสำหรับคนที่อยากประสบความสำเร็จในการเป็นผู้กำกับ
การสร้างหนังคือศิลปะ การจะสร้างทุกอย่างให้สัมพันธ์กันได้ คุณต้องเชื่อในตัวเอง คุณต้องเลือกที่จะไม่ทำในสิ่งที่คนอื่นทำ แต่คุณต้องเลือกทำในสิ่งที่คุณรู้สึกว่าใช่

ทิ้งท้ายเกี่ยวกับผลงานภาพยนตร์ของคุณ
ธรรมชาติที่มองเห็นและมองไม่เห็น.

RELATED POST