Hedonist artist



ความชอบในสิ่งที่ตัวเองเป็นและทำในสิ่งที่ตัวเองชอบคือสิ่งที่คุณโอ๋-หทัยรัตน์ เจริญ-ชัยชนะ หรือโอ๋ ฟูตอง (Futon) อาร์ติสต์มากความสามารถยึดถือในการใช้ชีวิต ทั้งในเรื่องสไตล์ส่วนตัวและผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมาหลากหลายแง่มุม ล่าสุดเธอมีโปรเจ็กต์ในด้านแฟชั่นออกมาในระดับอินเตอร์ นูเมโรไทยแลนด์จึงตามอัพเดทแง่มุมการทำงานที่น่าสนใจและความคิดที่เป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่



Placeholder image

นูเมโร: ตอนนี้ทำโปรเจ็กต์อะไรบ้าง
คุณโอ๋-หทัยรัตน์:
งานหลักเป็นนักวาดภาพค่ะ มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับแบรนด์ต่างๆ และทำหนังสือภาษาอังกฤษสำหรับเด็กก่อนเข้าเรียน รวมทั้งหนังสือท่องเที่ยวเมืองอัมสเตอร์ดัม ชื่อว่า Walking Amsterdam เร็วๆ นี้จะมีงานนิทรรศการศิลปะสองที่คือที่ Mellow Restaurant & Bar ที่ทองหล่อค่ะ เป็นกรุ๊ปเอ็กซิบิชั่นร่วมกับศิลปินท่านอื่นๆ ส่วนเดือนกันยายนนี้จะจัดแสดงผลงานในแกลเลอรีที่ชินจุกุ (Shinjuku) พร้อมกับศิลปินไทยอีกสิบกว่าคนซึ่งทำร่วมกันกับศิลปินญี่ปุ่นค่ะ

ทำงานหลายบทบาทในเวลาเดียวกัน ชอบอะไรมากที่สุด
ชอบทุกบทบาทค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าช่วงเวลานั้นเราสนใจสิ่งนั้นมากน้อยแค่ไหน อย่างช่วงทำเพลงก็จะให้เวลากับดนตรีอย่างเต็มที่ เล่นหนังเล่นละครก็ชอบ ส่วนงานด้านสไตลิสต์ก็เป็นงานแรกๆ ที่ทำตอนเข้าวงการใหม่ๆ แต่พอเบนเข็มมาทำเพลงก็ไม่ค่อยมีเวลา บวกกับน้องๆ รุ่นใหม่ก็เก่งกันมากขึ้นด้วย

งานทั้งหมดต้องอาศัยแรงบันดาลใจ คุณได้สิ่งนี้มาจากอะไรบ้าง
เชื่อว่าแรงบันดาลใจมาจากสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่ฟัง หนังที่ดู สถานที่ที่ไป บางทีไม่ต้องออกเดินทางไปไหนไกลๆ หรอก แค่นั่งแท็กซี่แล้วมองออกไปข้างนอกก็เกิดแรงบันดาลใจได้

จุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้ตัวว่าชอบงานศิลปะ
คิดว่าเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เป็นคนที่วาดรูปได้ตั้งแต่เด็กโดยไม่ได้เรียน อาจเป็นเพราะพรสวรรค์ที่ได้มาจากคุณพ่อและคุณแม่เพราะท่านทั้งสองชอบทำงานศิลปะแม้จะไม่ใช่ศิลปิน ก็เป็นไปได้ว่าสิ่งนี้ทำให้เราวาดรูปได้ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน ชอบวาดรูปพ่อกับแม่ พอเข้าเรียนก็จะมีคนเก่งกีฬา เก่งในด้านต่างๆ กลายเป็นว่าเราเป็นเด็กที่เก่งศิลปะของห้อง คุณครูก็สนับสนุนส่งไปประกวดที่ต่างๆ

พูดถึงเรื่องแฟชั่น เมื่อเร็วๆ นี้คุณได้ร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง MCM ช่วยเล่าถึงความสนุกและประทับใจที่ได้สร้างสรรค์ชิ้นลิมิเต็ดเอดิชั่น
โดยส่วนตัวเป็นคนชอบแต่งตัว แฟชั่นจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเรา รู้สึกท้าทายทุกครั้งที่ได้รับโจทย์มาทำงานซึ่งแต่ละครั้งจะไม่เหมือนกัน ล่าสุดได้ทำกับแบรนด์เอ็มซีเอ็ม (MCM) ฉลองเปิดบูติคที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซีจึงมีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์เพื่อสร้างสรรค์กระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นออกมา ซึ่งทางแบรนด์ก็เปิดกว้างเรื่องไอเดียอย่างเต็มที่ ไอเดียมาจากลูกค้าบ้าง จากตัวเราเองบ้าง พอเอามารวมกันก็เกิดอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ทำให้รู้สึกท้าทายบวกกับชอบแฟชั่นอยู่แล้วจึงสนุกกับงานในลักษณะนี้ นึกไปถึงเมื่อหลายปีก่อนที่ได้ร่วมงานกับเฟนดิ (Fendi) รู้สึกตื่นเต้นมาก ตอนนั้นไม่รู้ความเป็นมาของแบรนด์อย่างละเอียดมากนัก โลโก้ของแบรนด์สื่อถึงอะไรจนกระทั่งเราได้รับเลือกให้มาวาดรูปบนกระเป๋าเฟนดิ เป็นคนชอบวาดสองแคแร็คเตอร์ที่ต่างกันในคนๆ เดียวหรือสิ่งเดียวอยู่แล้วเพราะเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีทั้งด้านมืดและสว่าง ซิลเวีย เว็นทูรินี (Silvia Venturini) ดีไซเนอร์ของเฟนดิเห็นจึงเขียนจดหมายมาที่เฟนดิประเทศไทย บอกว่าโลโก้ตัวอักษร F สองตัวของแบรนด์เฟนดิที่หันเข้าหากันเป็นคอนเซ็ปต์เดียวกับสิ่งที่เราคิดเราวาด ตอนนั้นรู้สึกภูมิใจมาก ปีนี้จะมีโปรเจ็กต์ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นอีกสามครั้ง ต้องขอฝากผลงานไว้ให้ติดตามกันด้วยค่ะ

เล่าถึงผลงานสร้างสรรค์ผ้าขาวม้าที่เดินบนรันเวย์โตเกียวแฟชั่นวีคเมื่อไม่นานมานี้
เป็นโปรเจ็กต์หนึ่งที่รู้สึกประทับใจและภาคภูมิใจในความเป็นไทย ทำให้กับประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) ได้ออกแบบลายผ้ารูปสัตว์และการละเล่นของไทยลงบนผ้าขาวม้าไทย และได้นำไปแสดงที่ Amazon Fashion Week Tokyo 2017 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นอกจากเรื่องงานออกแบบแล้วยังได้ช่วยเหลือชาวบ้านด้วย พวกเขาได้รับความรู้เรื่องการทำผ้าขาวมามาจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงสอนวิธีการทำผ้าขาวม้าและการผสมสี ผ้าขาวม้าเป็นสิ่งที่สวยงามและมีสีสันที่สะดุดตาเพราะฉะนั้นเราน่าจะภูมิใจและช่วยกันเอาผ้าขาวม้ามาทำงานออกแบบแฟชั่นกันเยอะๆ

คุณมีสไตล์การแต่งตัวที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ชัดเจน ค้นหาตัวตนเจอได้อย่างไร
เป็นคนพูดเสมอว่าไม่เคยค้นหาอะไรแต่ทำตามความรู้สึกของเราเอง อย่างเช่นการแต่งตัวที่เป็นสไตล์เรา รูปวาดที่เป็นสไตล์เรา พอทำซ้ำๆ หรือคนเห็นบ่อยๆ ก็เกิดความเคยชิน ชอบชิ้นไหนก็จะหยิบชิ้นนั้นมาใส่ เรียกว่าเป็นความรู้สึกดีกว่า ความรู้สึกของเรามันกว้างได้ ความชอบของเราค่อนขว้างกว่าแต่ก็มีลิมิต อย่างเช่นเมื่อวานหยิบเสื้อลูกไม้มาใส่ซึ่งถือว่านานๆ ครั้ง ในที่สุดก็ชอบอะไรที่ซ้ำๆ เหมือนเดิมแต่ทำให้ดูสนุกด้วยการมิกซ์แอนด์แม็ตช์กัน เพราะฉะนั้นจะไม่ใช้วิธีค้นหาตัวเอง ไม่เชื่อคำนี้ คิดว่าการค้นหาตัวทำให้เสียเวลาเปล่าๆ คิดว่าทำในสิ่งที่ตัวเองสะดวกใจที่จะทำดีกว่า มั่นใจและทำด้วยแพชชั่น ในที่สุดก็จะเกิดเป็นสไตล์ของตัวเองขึ้นมา ที่สำคัญอย่าวิ่งตามคนอื่นเพราะเราไม่มีทางเป็นเหมือนใครได้ทั้งรูปร่างหน้าตาและความคิด สิ่งหนึ่งที่อยากแนะนำคือต้องยอมรับตัวเองให้ได้ เราสามารถใช้เทคนิคอำพรางสิ่งที่เราไม่ชอบเมื่อแต่งตัวและดึงสิ่งที่ชอบขึ้นมาให้โดดเด่น คนเราไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟ็กต์ บางครั้งคนที่ว่าสวยอาจไม่เก๋ก็ได้ ดังนั้นจึงควรดึงสิ่งที่มั่นใจออกมาและอย่าพยายามไม่ยอมรับตัวเอง แต่การยอมรับตัวเองก็เป็นสิ่งที่ยากเหมือนกัน

พูดถึงลุคการแต่งตัวสุดเปรี้ยวที่ใส่มาวันนี้
การแต่งตัวขึ้นอยู่กับแต่ละวันว่าอารมณ์ไหน อย่างวันนี้อยากรวบผมก็คิดว่าใส่กับแว่นชิ้นนี้ก็ดูน่ารักดี เติมด้วยเสื้อสีดำตัวนี้ บางวันก็เอาเสื้อเป็นหลัก การแต่งตัวไม่มีแพลนเลย ขึ้นอยู่กับอารมณ์ในแต่ละวัน

แล้วทรงผมที่มีเอกลักษณ์ของคุณ ทำไมถึงไว้ทรงนี้
เมื่อยี่สิบปีที่แล้วทำงานกับโจอี้ บอย เราไว้ผมทรงแอฟโฟร (Afro) ฟูๆ ใหญ่ๆ ผมเสียมากเพราะเป็นคนผมตรง ต้องดัดและหนีบผม พอหมดทัวร์คอนเสิร์ตจึงไปหาช่างทำผม เขาแนะนำให้พักผม ต้องทำผมทรงที่เป็นธรรมชาติที่สุดก็คือผมตรงและหน้าม้า ตอนนั้นจำได้เลยว่าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงว่าทรงคลีโอพัตรา พอไว้ไปสักพักก็รู้สึกสบายดี ไม่ต้องทำอะไรมาก จากนั้นจึงไม่เปลี่ยน คนจึงจำได้มาจนถึงตอนนี้

เล่าถึงการทำงานด้านสไตลิ่งที่ประทับใจ
ทำงานด้านสไตลิ่งตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ปีสอง ทำให้กับแม็กกาซีนและงานโฆษณา มีงานหนึ่งที่ค่อนข้างเปลี่ยนชีวิตและเป็นงานท้ายๆ ในช่วงที่เป็นสไตลิสต์ งานโฆษณาสมัยก่อนจะทำลงบนจอแบนใหญ่ๆ ตอนนั้นได้ร่วมงานกับไดเร็กเตอร์ชาวสิงคโปร์ซึ่งมีประสบการณ์มาก เขายกสตอรี่บอร์ดให้เราทำซึ่งเราก็ไม่ได้เก่งอะไรมากแต่พอคุยกับเขารู้เรื่อง งานสไตลิ่งที่ผ่านมาก่อนหน้านี้จะเป็นการทำตามโจทย์แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ต้องคิดคาแร็คเตอร์จากสตอรีบอร์ดของครีเอทีฟ ทำให้ได้จินตนาการอย่างเต็มที่ จึงทำออกมาเป็นภาพของครอบครัวไปเที่ยวชมไดโนเสาร์ในป่า ต้องนั่งยานไปดู แม่เป็นผู้หญิงตัวอ้วนใหญ่ ส่วนพ่อรูปร่างผอมแห้ง และลูกเป็นอัจฉริยะ งานชิ้นนี้ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตตรงที่ทำให้เรารู้ว่าเราอาจไม่ต้องโฟกัสในด้านการทำสไตลิ่งแต่จริงๆ แล้วเป็นคนชอบจินตนาการสร้างแคแร็คเตอร์ ทำให้เริ่มวาดรูปซึ่งตื่นเต้นมากกว่าทำเสื้อผ้า

ทริปการเดินทางที่อยากไปอีกครั้ง
อยากกลับไปเที่ยวที่เลบานอนอีกเพราะเป็นประเทศที่น่าสนใจ เรียนรู้ได้อย่างไม่รู้จบ มีเพื่อนอยู่ที่นั่นด้วย เป็นประเทศที่สวย ผู้คนก็น่าสนใจ ส่วนที่เมืองไทยก็มีอีกหลายที่อยากไปโดยเฉพาะหมู่เกาะในภาคใต้

พูดถึงธรรมชาติ หากต้องสร้างสรรค์งานศิลปะที่เกี่ยวกับดอกไม้ อยากทำอะไร
อยากทำหมู่บ้านดอกไม้ที่มาจากแคแร็คเตอร์ดอกไม้ที่วาดให้กลายเป็นงานอินสตอลเลชั่นขนาดใหญ่อย่างหมู่บ้านสเมิร์ฟส์ (Smurfs) เป็นที่ที่คนเพี้ยนมารวมอยู่ด้วยกัน หลายคนยังคงติดภาพลักษณ์ของคุณในฐานะนักดนตรีวงฟูตอง (Futon) เร็วๆ

นี้จะมีผลงานออกมาอีกหรือไม่
เรื่องงานเพลงก็พักไปนานแล้ว ก็ยังอยากทำอยู่นะ แต่ยังหาจังหวะไม่ได้ งานเพลงเป็นงานที่ไม่สามารถจบได้ด้วยตัวเอง ต้องทำเป็นทีม ตอนนี้ยังไม่เจอคนที่แคแร็คเตอร์คล้ายกันหรือใช้ชีวิตคล้ายๆ กัน ที่สำคัญคือต้องมีเวลาตรงกันด้วย การทำเพลงกับวงหรืออะไรก็ตามมันเหมือนการแต่งงาน ต้องเจอคนที่ใช่ ตอนนี้ก็ยังไม่เจอเลย ยังยุ่งอยู่กับเรื่องวาดรูปอยู่ ไว้ถ้ามีต้องอัพเดทแน่นอนค่ะ

เคล็ดลับการใช้ชีวิตให้มีความสุข
ไม่ควรเอาชีวิตเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเพราะจะทำให้เกิดความทุกข์ ใช้ชีวิตง่ายๆ พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีและเป็นอยู่ ไม่ทะเยอทะยานอยากได้อย่างคนอื่น มีความสุขกับคนรอบข้าง ให้ความสำคัญกับคนที่อยู่รอบตัวเรา พ่อแม่ คนที่เรารัก ชีวิตมันก็แค่นี้ อย่าไปคิดอะไรมาก อย่าไปเปรียบเทียบกับคนอื่นมันจะเหนื่อยเปล่าๆ อย่าทำอะไรเกินตัว ยอมรับตัวเองให้ได้ว่าตัวเองได้แค่ไหน ในทีนี้ก็หมายถึงเรื่องเงินเรื่องทองด้วย ใช้ชีวิตง่ายๆ ใช้หลังจากเก็บและใช้เท่าที่มีค่ะ.


“เป็นคนพูดเสมอว่าเราไม่เคยค้นหาอะไรแต่ทำด้วยความรู้สึกของเรา อย่างเช่นการแต่งตัวที่เป็นสไตล์เรา รูปวาดที่เป็นสไตล์เรา พอทำซ้ำๆ หรือคนเห็นบ่อยๆ ก็เกิดความเคยชิน ชอบชิ้นไหนก็จะหยิบชิ้นนั้นมาใส่ เรียกว่าเป็นความรู้สึกดีกว่า ความรู้สึกของเรามันกว้างได้ ความชอบของเราค่อนข้างกว้างกว่าแต่ก็มีลิมิต อย่างเช่นเมื่อวานหยิบเสื้อลูกไม้มาใส่ซึ่งถือว่านานๆ ครั้ง ในที่สุดก็ชอบอะไรที่ซ้ำๆ เหมือนเดิมแต่ทำให้ดูสนุกด้วยการมิกซ์แอนด์แม็ตช์กัน”

RELATED POST