
แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าซึ่งเป็นที่รู้จักมากว่า 17 ปี ทุกรันเวย์ของ Tube Gallery เต็มที่ทั้งเซ็ตติ้งของฉาก แสง และดนตรีประกอบ จึงเป็นแบรนด์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความดรามาติค ทั้งยังนำความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยด้วยชื่อเสียงซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยมีการจัดแฟชั่นโชว์ในต่างประเทศ โดยสองดีไซเนอร์ของแบรนด์ คุณเต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และคุณยุ่ย-พิสิฐ จงนรังสิน ที่ร่วมกันตอบคำถามพร้อมรอยยิ้มว่าพวกเขาเป็นเด็กสยามเซ็นเตอร์ ที่เติบโตจากที่แห่งนี้จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีโอกาสเปิดบูติค เพื่อทำงานออกแบบซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ดังที่ให้ความสำคัญกับ รายละเอียดจนเรียกได้ว่าเป็นเสื้อผ้ากึ่งกูตูร์ (Semi-Couture) และมีความเป็นเฟมินีน เห็นได้จากซิลูแอ็ตที่ดึงเสน่ห์ความเป็นผู้หญิงออกมาให้ดูโดดเด่นขึ้น
นูเมโร: ช่วยแนะนำตัวกับนูเมโร
คุณพิมพ์:
พิมพ์จบจากประเทศอังกฤษ เรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัย Warwick เอกสังคมศาสตร์ค่ะส่วนปริญญาโท เรียนบริหารที่ Royal Holloway ค่ะ พอกลับมาไทย ก็เริ่มทำงานที่บริษัทเครื่องสำอางก่อน แต่ทำอยู่สักพักก็ออกมาช่วยที่บ้าน ตอนนี้ดูแล Nara มาประมาณสองปีแล้วค่ะ
คุณพลอย: พลอยเรียนที่ London College of Fashion ที่อังกฤษค่ะ เรียนด้านออกแบบรองเท้า พอกลับมาไทยก็ทำกับที่บ้านเป็นที่แรกแต่ระหว่างนั้นก็ได้ไปฝึกงานลองทำหลายๆ อย่าง ในส่วนที่พลอยทำกับที่นาราจะไม่ได้เป็นด้านอาหารโดยตรง ค่อนข้างจะเป็นเรื่อการดูแบบร้าน สินค้าต่างๆ มากกว่าค่ะ นอกจากนี้พลอยก็มีแบรนด์เสื้อผ้าที่ทำกับเพื่อนๆ ด้วยค่ะ
เล่าถึงไลฟ์สไตล์
คุณพิมพ์:
สำหรับพิมพ์ ช่วงนี้พิมพ์จะชอบไปดำน้ำค่ะ ถ้าช่วงไหนที่ลางานได้สักสองสามวันก็จะลาไปดำน้ำ แต่บางทีก็ต้องแพลนล่วงหน้าเพราะเดี๋ยวนี้ไปทริปนึงก็ค่อนข้างนาน ประมาณสิบวันเลยค่ะ
คุณพลอย: วันจันทร์ถึงศุกร์ก็จะอยู่ที่ออฟฟิศเต็มเวลาค่ะ ก็เลยจะไม่ค่อยมีวันว่าง พอเสาร์อาทิตย์ก็จะใช้เวลาไปกับการทำเสื้อผ้า รองเท้า แต่ที่ทำประจำคือจะออกกำลังกายก่อนไปทำงานทุกเช้าค่ะ
ช่สไตล์แฟชั่นที่ชอบ
คุณพลอย:
แต่งตัวค่อนข้างง่ายๆ ชอบแบบเท่ๆ อย่างเช่น เสื้อยืด แท็งค์ท็อป กางเกงยีนส์ จะเน้นการแต่งหน้ากับแอ็คเซสเซอรีส์มากกว่า เพราะด้วยกิจกรรมที่เราทำไม่จำเป็นต้องแต่งตัวมากนัก เน้นที่ความสบายมากกว่าค่ะ
คุณพิมพ์: ก็คล้ายๆ กันนะคะ แต่ของน้องพลอยอาจจะดูแฟชั่นกว่า ของพิมพ์จะดูเรียบๆง่ายๆ เสื้อผ้าในตู้ก็จะคล้ายๆ กันหมดค่ะ
เล่าถึงจุดเริ่มต้นร้าน Lady Nara
ร้าน Nara นำเสนออาหารไทยแท้ ซึ่งจะดูค่อนข้างผู้ใหญ่ เราจึงคิดที่อยากจะนำเสนออาหารในอีกรูปแบบที่มีกลุ่มเป้าหมายเด็กลง Lady Nara จะเน้นเป็นอาหารประเภทที่ทานง่าย อย่างอาหารจานเดียว โดยที่ทั้งสองร้านนี้จะไม่ได้มีรูปแบบที่เป็นคู่แข่งกัน แต่อยากให้เป็นการเสริมกันไปเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้ลูกค้า ในขณะที่รสชาติอาหารยังเป็นที่ถูกปากของคนไทยและต่างชาติอยู่ และประกอบกับว่าทางเซ็นทรัลเอ็มบาสซี (Central Embassy) ได้เปิดโซน Open House ขึ้นมาใหม่พอดี ซึ่งมีคอนเซ็ปท์ที่ค่อนข้างตรงกับทางร้าน จึงถือเป็นโอกาสที่ดีคือตอบโจทย์ทั้งเราและห้างค่ะ
คำว่า ‘Lady’ มาจากไหน
จริงๆ คิดกันอยู่นานมากค่ะ ตอนแรกว่าจะเอาเป็นชื่อที่ไม่มีคำว่า Nara แต่สุดท้ายก็ยังอยากให้กลับมามีคำว่า Nara มากกว่า เพราะยังอยากให้เชื่อมโยงกัน อีกทั้งอาหารของร้าน Nara เป็นแบบฟิวชั่น นำอาหารไทยมาตีความ มีความเป็นไทยและฝรั่งรวมกัน เราจึงเอาคำว่า ‘Lady’ ที่แปลว่าผู้หญิงในภาษาอังกฤษกับ ‘Nara’ ที่แปลว่าผู้หญิงในภาษาสันสกฤตมารวมกันค่ะ
แบ่งหน้าที่กันดูแลร้านอย่างไร
คุณพิมพ์: พิมพ์จะดูเรื่องแฟรนไชส์ เป็นหลักค่ะ จะต้องคอยประสานงานติดต่อกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Nara, Apinara หรือ Lady Nara ที่จะมีในอนาคต แล้วก็จะทำงานร่วมกับพลอยให้ร้านเข้ากับคอนเซ็ปต์ที่พลอยวางไว้ เพื่อที่ว่าคอนเซ็ปต์ของแต่ละร้านจะได้ชัดเจนไปเลย
คุณพลอย: พลอยจะดูด้านการออกแบบคอนเซ็ปต์กับโปรดักส์ค่ะ ค่อนข้างมาทางนี้มากกว่า ส่วนใหญ่ก็ต้องจะนัดคุยกับนักตกแต่งภายในเพื่อเลือก เฟอนิเจอร์ จานชามช้อนส้อมให้เข้ากันกับบรรยากาศร้านไปจนถึงการสไตลิ่งอาหารค่ะ แล้วก็ชอบไปลองร้านอาหารใหม่ๆ เพื่อหาแรงบันดาลใจด้วยค่ะ เพราะส่วนใหญ่ร้านสมัยนี้ก็จะมีตลาดกลุ่มเป้าหมายเดียวกับอายุเรา
สไตล์กับคอนเซ็ปต์ของร้าน
Lady Nara จะมีความเด็กลงตามชื่อเลยค่ะ ออกจะค่อนข้างไปทางหวานด้วย ที่ร้านจะมีโทนสีหลักๆ เลยคือ สีชมพู สีเขียว เพื่อให้ร้านเราดูสดใสและเข้าถึงง่ายขึ้นค่ะ คล้ายๆ กับคาเฟ่แต่ก็ไม่ได้เป็นคาเฟ่อย่างเดียวเพราะ Lady Nara จะมีคอนเซ็ปต์ตรงกันข้ามกับ Nara เลย ที่ค่อนข้างมีความเป็นผู้ใหญ่ จะเน้นสีทอง บรรยากาศร้านค่อนข้างมืด
เมนูของ Lady Nara จะเป็นเมนูที่คิดขึ้นใหม่ทั้งหมดค่ะ จะไม่มีเมนูที่ซำกับ Nara เลย ส่วนใหญ่อาหารของ Lady Nara จะเน้นไปที่อาหารจานเดี่ยว เช่น พาสต้าหรือข้าวหน้าต่างๆ แต่ละจานจะมีการดัดแปลงเมนูต่างๆ ให้อาหารจานธรรมดาดูไม่ธรรมดาขึ้นได้ค่ะเช่น ผัดไทย เราก็จะนำมาดัดแปลงเป็น ผัดไทเส้นไรซ์เบอร์รี่ หรือผัดไทไร้เส้นเพราะเดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่ค่อนข้างรักษาสุขภาพกัน จึงอยากจะเพิ่มตัวเลือกของอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้ลูกค้ามากขึ้นค่ะ ลูกค้าที่มาด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่จะได้เลือกเมนูที่ตัวเองชอบได้ทุกคนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย จีน หรืออาหารรักษาสุขภาพ
เมนูประจำของทั้งสองคน
คุณพิมพ์: ยำขนมจีนค่ะ ร้านส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีเมนูนี้กัน อาจจะเพราะเป็นอาหารที่ออกไปในแนวสตรีทฟู้ดแต่จริงๆ แล้วน่าจะเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ กันเพราะเป็นจานที่เบา ไม่หนักท้อง รสชาติกลมกล่อมจัดจ้าน
คุณพลอย: เมนูที่ชอบคือข้าวซอยแห้งค่ะ เพราะว่าปกติพลอยจะเป็นคนไม่ชอบทานอะไรที่เป็นซุป แต่พอมาทำเป็นแห้งก็เลยรู้สึกชอบค่ะ รสชาติถูกปาก และอีกเมนูนึงที่ชอบเหมือนกันน่าจะเป็นยำขนมจีนค่ะ
อุปสรรคในการทำงานร้านอาหาร
น่าจะเป็นเรื่องของเวลาที่เราต้องพยายามทำร้านให้เสร็จให้ทันห้างเปิด ซึ่งตรงจุดนี้ค่อนข้างยากด้วยความที่ร้านอาหารเรามีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ จะเห็นจากภายในร้านได้เลยว่าร้านของเราจะมีรายละเอียดในการตกแต่งเยอะมาก นอกจากนี้ก็มีเรื่องการทำงานกับผู้รับเหมาค่ะ เป็นสิ่งที่ใหม่สำหรับพิมพ์กับพลอยมาก เราไม่เคยทำงานกับผู้รับเหมาเองมาก่อนก็เลยจะเจอปัญหาที่ค่อนข้างจุกจิกบ่อยๆ แต่ก็โชคดีที่มีพี่ที่ออฟฟิศคอยช่วยพยามแนะนำการทำงานอยู่ค่ะ
มีแพลนจะเปิดสาขาเพิ่มไหม
ถ้ามีโอกาสก็อยากขยายร้านอีกค่ะ ทั้ง Nara และ Lady Nara แต่ก็อาจจะติดตรงที่ว่าทุกห้างอยากได้ร้านที่เป็นร้านพิเศษเฉพาะพื้นที่ของเขา เพราะฉะนั้นถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า ร้าน Nara ในแต่ละสาขาก็จะมีการตกแต่งที่ไม่ได้เหมือนกันไปทั้งหมด แต่ละที่ก็จะมีลักษณะเด่นของตัวเอง ส่วน Lady Nara ถ้าเราเจอโลเคชั่นที่เหมาะสมจะเป็นสาขาต่อไป ก็สนใจที่จะขยายต่อค่ะ
ร้านเป็นที่รู้จักในต่างประเทศด้วยใช่ไหม
ใช่ค่ะ แต่ก่อนอื่น ก็ต้องขอบคุณลูกค้าคนไทยก่อน ที่ทำให้ Nara เริ่มเป็นที่รู้จักในเมืองไทย แล้วโชคดีด้วยทีเรามีโลเคชั่นที่ดี สาขาแรกอยู่ที่เอราวัณ สาขาสองอยู่ที่เซนทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นโซนที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ พอเขาเห็นว่าร้านนี้คนไทยมาทานเยอะก็เลยอาจจะสนใจมาลองบ้างและแนะนำต่อๆ กันไป ทำให้เราได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งก็มาจากการเขียนรีวิวของบล็อกเกอร์ต่างชาติที่ช่วยให้ร้านเป็นที่รู้จักขึ้นไปอีก แล้วพอเริ่มเปิดสาขาแรกที่ต่างประเทศจึงทำให้มีคนสนใจ ติดต่อเข้ามากันอีกเรื่อยๆ อย่างในปีนี้เราก็จะมีสาขาใหม่ที่พม่า อินเดีย และไต้หวันค่ะ ส่วนใหญ่จะเปิดประเทศในโซนเอเชียก่อนเพราะสามารถบินไปติดตามงานสะดวกกว่าค่ะ
ทางฝั่งยุโรปมีติดต่อมาบ้างไหม
ทางยุโรปก็มีติดต่อมาบ้างค่ะ แต่เหมือนเขาอาจจะยังไม่เข้าใจความเป็นเราเท่าไหร่ ก็เลยยังไม่ได้ตกลงกัน เราค่อนข้างที่จะต้องเลือกหน่อย เพราะเมื่อเขาซื้อแฟรนไชส์ร้านเราไป เขาก็เหมือนเป็นตัวแทนของเราในประเทศเขาและในเมื่อเราทำธุรกิจกับใครเราก็อยากให้เขาได้ผลลัพธ์ที่ดี เราพร้อมที่จะช่วยทุกอย่างแต่ส่วนใหญ่เขาจะยังไม่ค่อยเข้าใจว่าการทำร้านอาหารจริงๆ มีรายละเอียดเยอะมาก อีกอย่างภาษาก็เป็นอีกอุปสรรคหนึ่งในแง่ที่ว่าพนักงานในร้านก็จะพูดได้แต่ภาษาถิ่นตัวเอง ทำให้ประสานงานกันค่อนข้างลำบากค่ะ
ช่วยฝากข้อคิดเกี่ยวกับการทำธุรกิจร้านอาหาร
คุณพิมพ์: ความใส่ใจเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การเซอร์วิสคือการที่เราต้องคอยรับมือกับลูกค้าไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีวันที่ผิดพลาดอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือเราจะต้องแก้ไขปัญหาและดึงความเชื่อมั่นของลูกค้ากลับมาให้ได้
คุณพลอย: คิดว่าเป็นความสมำเสมอค่ะ เราควรจะดูแลรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ด้วยตัวเอง ไม่ว่าเป็นการเข้าไปดูร้าน คอยชิมอาหารเพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณภาพของร้านเราจะไม่เปลี่ยนไป และเราก็ยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกคนไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีค่ะ เพื่อที่จะได้นำมาปรับปรุงร้านในอนาคต