
โดย ธีโบต์ วิโชวาน็อก แปล ธารินี เปาริสคุตตะ
Büro OS/Photo : Iwan Baan
สถาปนิกหนุ่มชาวเยอรมันนามโอลี ชีเร็น อายุเพียง 31 ปีเท่านั้น ในตอนที่เร็ม โกลฮาส ผู้โด่งดัง ได้ฝากความรับผิดชอบให้เขาพัฒนาบริษัทที่มีชื่อเสียงอย่าง OMA ในแถบเอเชีย อีก 18 ปีต่อมา เขาสามารถภาคภูมิใจในความสำเร็จอันสวยงาม ยกตัวอย่างเช่นอาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีนในกรุงปักกิ่ง (CCTV) ที่ต้องใช้เวลาทำงานอย่าง ดุเดือดนานถึงสิบปีกว่าจะสำเร็จลงได้ โครงสร้างอาคารเป็นรูปวงแหวนทรงสามมิติที่โดดเด่นในสไตล์งานแบบ ดีคอนสตรัคชั่นที่ดูราวกับประตูอาร์ช เดอ ลา เดฟ็องส์ (Arche de la Défense) ขนาดมหึมาสองประตูตั้งซ้อนทับกันเป็น เส้นทแยงมุม สำนักงานใหญ่ของ CCTV เป็นหนึ่งในผลงานทางสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดของศตวรรษที่ 21 ที่ไม่อาจเปรียบเทียบได้ และโอลี ชีเร็น ก็มีส่วนร่วมในชื่อเสียงนับแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากได้ตกลงกันเมื่อเขาตัดสินใจออกจากบริษัท OMA พร้อมกับลายเซ็นของแร็ม โกลฮาส เขาคือชายผู้เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยานและความมั่นใจ
การผจญภัยแบบฉายเดี่ยวของโอลี ชีเร็น เริ่มในปี 2010 เมื่อก่อตั้งบริษัทของตัวเอง (ชื่อว่า Büro Ole Scheeren) และเริ่มโปรเจ็กต์ต่างๆ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เขาเปิดการ์เดียน อาร์ต เซ็นเตอร์ (Guardian Art Center) ที่กรุงปักกิ่งซึ่งสร้างจากลูกบาศก์ที่วางซ้อนกันมากกว่า 56,000 ตารางเมตร ตั้งตระหง่านต้อนรับพิพิธภัณฑ์และหนึ่งในบ้านที่ประกาศขายที่สวยงามที่สุดหลังหนึ่งซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเมืองต้องห้าม ทรงลูกบาศก์ของอาคารแขวนทับกันได้ด้วยโครงสร้างสี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่งทำจากแก้วที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศ โอลีได้จินตนาการถึงอาคารมหานคร (MahaNakhon) สำหรับพักอาศัยขนาดมหึมาในกรุงเทพฯ มีความสูง 314 เมตร ทำให้มองเห็นเมืองขนาดเล็กเพียงไม่กี่พิกเซล และปิดท้ายที่ประเทศสิงคโปร์ สถาปนิกท่านนี้เพิ่งเนรมิตผลงาน DUO ของเขาได้สำเร็จ เป็นอาคารสองหลังที่มีความโค้งและถูกแกะสลักเป็นบล็อคๆ ราวกับออกมาจากเกมเตตริส (Tetris)
อย่างไรก็ตาม เราได้พบกับโอลีที่กรุงเบอร์ลิน เขาดูราวกับภาพสเก็ตช์แฟชั่น ผู้ไม่ติดกับภาพจำของสถาปนิกที่ดูเคร่งขรึม ใส่เสื้อคอเต่าสีดำ แต่เขากลับได้รับความชื่นชมจากนิตยสารโว้ก (Vogue) อเมริกันและเป็นเพื่อนกับพวกอาร์ติสต์ (อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, ดูกลาส คูปแลนด์) หรือแม้แต่มีความสัมพันธ์กับนักแสดงหญิง (แม็กกี้ ชุง (Maggie Chueng) เพื่อไม่เปิดเผยนาม) แต่นั่นไม่เป็นอุปสรรคต่อความสามารถของเขา การกลับมาสู่บ้านเกิดของเขา สถาปนิกชาวเยอรมันท่านนี้ได้ตัดสินใจที่จะใช้ประสบการณ์จากการทำงานในแถบเอเชียมาเป็นข้อพิสูจน์ผลงานในโลกตะวันตก “ทางตะวันตกต้องการการผสมผสานที่จะสร้างสรรค์ความคิดใหม่เพื่อเตรียมตัวไปสู่โลกอนาคตซึ่งเป็นโลกที่มั่นคงและวางใจได้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเปิดบริษัทที่กรุงเบอร์ลินเมื่อสามปีที่แล้ว” เขาอธิบาย

หน้าคู่ก่อนหน้านี้ : ภาพรวมของผลงานอาคาร DUO ที่สร้างสรรค์โดยโอลี ชีเร็น ในสิงคโปร์
หน้าถัดไป : อาคาร Guardian ArtCenter ที่กรุงปักกิ่งซึ่งเปิดในเดือนมกราคม
การได้ทำงานในประเทศที่อยู่ท่ามกลางการเปิดไปสู่การเปลี่ยนแปลงมากที่สุด และมีความคิดใหม่ๆ โอลี ชีเร็น เตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย “นับเป็นความแตกต่างจากคนจำนวนมากที่ผมไม่เชื่อว่างานสถาปัตยกรรม มีจุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ” เขาเน้นย้ำ อาจจะเป็น การคิดเป็นนัยว่าเรานำการแก้ปัญหามาให้ในขณะที่สถาปัตยกรรมเป็นไปเพื่อสรรค์สร้างความเป็นไปได้ ผมไม่ได้ต้องการยัดเยียดอะไรก็ตามให้กับคนที่อาศัยอยู่ในอาคารที่ผมสร้างขึ้น แต่จะมอบโอกาสในการแก้ปัญหาต่างๆ ให้พวกเขามีเรื่องราว และวิถีทางในการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสมของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรในทุกสถานการณ์ที่ผมสร้างขึ้นก็จะปรากฏ ความจริงจะเนรมิตขึ้นมา และผู้คนก็จะปรับเข้ากับสิ่งนั้น”
สำหรับโอลี ชีเร็นแล้ว สูตรที่รู้จักกันดี “form follows function” (การใช้งานเป็นตัวกำหนดรูปแบบของงานสถาปัตยกรรม) ถูกแทนที่ด้วย “form follows fiction” รูปแบบกำหนดการใช้งาน “โปรเจ็กต์งานของผมที่เป็นอาคารสอดประสานกันที่ประเทศสิงคโปร์ (การซ้อนทับกันในแนวตั้งของบล็อกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่งเป็นอาคารสำหรับพักอาศัยและคอมมูนิตี้สเปซนั้นเนรมิตให้เกิดหมู่บ้านขนาด 8 เฮกเตอร์) แต่ละคนสามารถเขียน “นิยาย” ของตัวเองขึ้นมาได้ เราสามารถใช้ประโยชน์จากความเวิ้งว้างในอพาร์ทเมนท์ของตัวเอง หรือชื่นชอบพื้นที่ส่วนกลางมากกว่า ทั้งยังมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านที่ทางเดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งสถาปัตยกรรมทำให้เกิดพื้นที่ที่มีความสดชื่นมากยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งปลีกตัวไปอยู่ในพื้นที่กึ่งสาธารณะเพื่ออ่านหนังสือสักเล่มและแน่ใจว่าจะไม่มีใครมารบกวน”
จงเคารพชีวิตส่วนตัว หลีกหนีความสันโดษอันทรมาน มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม… คำกล่าวนี้อยู่ระหว่างความเป็นหมู่คณะและปัจเจกชนและเป็นหัวใจของการปฏิบัติในที่ที่มีคนหมู่มากหรืออยู่เพียงลำพัง ที่แน่ๆ ไม่มีสถานที่ซึ่งคนได้ครอบครองไว้ในโลกตะวันตก ความคิดแห่งความเชื่อมโยงอยู่ในผลงานซึ่งโอลี ชีเร็น ได้สร้างความเชื่อมโยงระหว่างงาน สถาปัตยรรมและเมืองนั้น เป็นโครงสร้างต่างๆ ที่ก่อให้เกิดกรอบทางกายภาพของพื้นที่ของเมือง : ส่วนโค้งของประตูอาคารสำนักงานใหญ่ของสถานี CCTV แทบจะโอบเอา กรุงปักกิ่งไว้ทั้งหมด เช่นเดียวกันกับพื้นที่ที่แบ่งแยกอาคาร DUO สองหลังให้แทรกผ่านเข้าไปในเมืองสิงคโปร์ โอลีใช้วิธีการเดียวกันนี้นับตั้งแต่โปรเจ็กต์แรกที่ทำในยุโรปคือที่เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ผลงานนี้เป็นการปรับเปลี่ยนอาคารเก่าที่สร้างจากคอนกรีตที่ปิดให้กลายไปเป็นทาวเวอร์ที่เปิดไปสู่เมือง โอลีกล่าวสรุปว่า “ผมเชื่ออย่างแท้จริงในเรื่องผลกระทบของสถาปัตยกรรมที่มีต่อสังคม ในฐานะที่เป็นสถาปนิก เราจำเป็นต้องมองโลกในแง่ดีอย่างมีเหตุผล ทัศนคติที่มีต่อชีวิตตามแนวปรัชญาเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราต้องการ”