Placeholder image

Architecture

Fjordenhus: ผลงานสถาปัตยกรรมที่เปลี่ยนมุมมองผู้ชมอย่างน่าอัศจรรย์

โดย อรรุจา บุญญสิทธิ์ ภาพ แอนเดอร์ส ซูน เบิร์ก (Anders Sune Berg)


เดินมุ่งหน้าสู่อ่าวอันกว้างใหญ่ อาคารขนาดใหญ่ลอยตัวอยู่เหนือผิวนํ้า ปกคลุมไปด้วยอิฐ ชิ้นงานสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ดูแข็งแรงและเปี่ยมไปด้วยระเบียบเมื่อมองจากระยะไกล เมื่อเข้าใกล้ ระเบียบที่เคยเห็นนั้นเริ่มเลือนหาย ในขณะที่พื้นผิวที่ไม่เท่าเทียมและความลึกของพื้น ผิวปรากฏให้เห็น ในเวลากลางวัน อิฐเคลือบสีเขียวและสีฟ้า เชื่อมโยงผืนนํ้าต่อผืนฟ้า ใน ยามคํ่าคืน อาคารถูกจุดประกายสว่างไสวจากภายใน ผลิกโฉมตัวเองกลายเป็นประภาคารริมชายฝั่งนํ้า โดย อรรุจา บุญญสิทธิ์ ภาพ แอนเดอร์ส ซูน เบิร์ก (Anders Sune Berg) เดินเข้าสู่ชั้นล่างของอาคาร ผู้มาเยือนได้รับการต้อนรับโดยลานที่เปิดสู่ ผืนนํ้า ที่ซึ่งมีชิ้นงานศิลปะตั้งอยู่ภายใต้ผืนนํ้า ทําให้รู้ว่าอาคารไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นผิว แต่เป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับนํ้า ท้องฟ้า และ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ล้อมรอบอยู่

ฟยอร์ดเดนฮัส (Fjordenhus) เป็นผลงานสถาปัตยกรรม ชิ้นแรกที่ ออกแบบโดยศิลปิน โอลาเฟอร์ เอเลียสสัน (Olafur Eliasson) และสตูดิโอ โอลาเฟอร์ เอเลียสสัน (Studio Olafur Eliasson) เช่นเดียวกับผลงานศิลปะของเขา โครงสร้างสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ชี้นําและปรับเปลี่ยนมุมมองและการรับรู้ถึงพื้นที่ของเราอย่างมหัศจรรย์ นูเมโร ไทยแลนด์ (Numéro Thailand) นั่งลงพูดคุยกับเซบาสเตียน เบห์แมนน์ (Sebastian Behmann) ผู้ก่อตั้ง สตูดิโอ อาเธอร์ สเปซเซ็ซ (Studio Other Spaces) ร่วมกับเอเลียสสัน (Eliasson) และผู้อํานวยการฝ่ายการออกแบบของ สตูดิโอ โอลาเฟอร์ เอเลียสสัน (Studio Olafur Eliasson) ในห้องสมุดของสตูดิโอ ภายใต้แสงแดดยามบ่าย นูเมโร ไทยแลนด์ : โปรเจ็กต์นี้มีความเป็นมาอย่างไร และคอนเซ็ปต์หลักเกิดขึ้นอย่างไร เซบาสเตียน เบห์แมนน์ (Sebastian Behmann) : โปรเจ็กต์เริ่มต้นในปี 2009 เมื่อครอบครัว เคิร์ค (Kirk) เสนอโปรเจ็กต์ให้กับโอลาเฟอร์ (Olafur) ด้วยความคิดที่จะสร้างสํานักงานใหญ่แห่งใหม่ในเมืองไวเลอ (Vejle) ประเทศเดนมาร์ก (Denmark) ในเวลานั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้าง จะไม่ธรรมดา สําหรับเราที่ตอบรับโปรเจ็กต์แบบนี้ เรามีประสบการณ์ในการสร้างส่วนหนึ่งของอาคารหรือส่วนต่อเติมอาคารและได้ร่วมมือกับ สตูดิโอสถาปัตยกรรมต่างๆ แต่ไม่เคยสร้างโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบ เต็มสเกลมาก่อน สตูดิโอของเรามีความสามารถพอที่จะตอบรับโปรเจ็กต์สเกลใหญ่แต่เราก็ต้องคิดคํานึงถึงการต่อเติมสตูดิโอเพื่อที่จะรับมือกับ การสร้างสรรค์อย่างที่เราตั้งใจ ใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่เราจะมาถึงจุด เริ่มต้นที่เข้มแข็ง ซึ่งเราได้พูดคุยกับทางครอบครัวเคิร์ค เพื่อทําความเข้าใจซึ่งกันและกันและในที่สุดเราก็เริ่มต้นโปรเจ็กต์ด้วยความเข้าใจถึงพื้นที่ตั้ง สิ่งที่ครอบครัวเคิร์คต้องการ ความเป็นเมือง และสิ่งสําคัญสําหรับเมือง ไวเลอ (Vejle) เราเรียนรู้เกี่ยวกับอ่าว ซึ่งเป็นสิ่งสําคัญสําหรับมุมมองของเราและเมืองนี้ เราเริ่มต้นไม่ต่างไปจากการเริ่มต้นโปรเจ็กต์ของสถาปนิกอื่นๆ แต่ด้วยประสบการณ์การสร้างสรรค์ในพื้นฐานของศิลปะและ การเป็นสตูดิโอศิลปะมา 15 ปี ทําให้เราเริ่มคิดถึงงานสถาปัตยกรรมด้วยวิธีที่เราคุ้นเคยและคิดถึงบางสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นๆ การเป็นสื่อประสานระหว่างเมืองและผืนนํ้า สถาปัตยกรรมนี้แสดงออกอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คนที่ใช้พื้นที่ภายในอาคาร ความคิดแรกที่เรานึกถึงคือความต้องการที่จะสร้างสรรค์อะไรบางอย่างที่มี บทบาทสําคัญและมีผลกระทบต่อเมือง ผืนนํ้าและอ่าวอันเก่าแก่แห่งนี้ โปรเจ็กต์นี้เป็นดั่งการต่อเติมผืนดินของเมืองเข้ากับผืนนํ้าของอ่าว นี่เป็น ความคิดที่คงอยู่กับเราเสมอตลอดทั้งกระบวนการสร้างสรรค์ อาคารนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่อ่าวอุตสาหกรรมเพราะฉะนั้นจึงควรที่จะดูแข็งแรงทนทานต่อสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยเสียงดัง ลมพัดแรงและตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมธรรมชาติ อีกอย่างหนึ่งที่สําคัญมากคือความคิดคํานึงว่าผู้คนในเมืองจะมองอาคารแห่งนี้อย่างไร เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีอาคารหลังใหญ่ตั้งอยู่ริ่มฝั่งนํ้า เราคิดถึงอาคารแห่งนี้ว่าเป็นดั่งอาคารเทศบาลตามแบบอย่างในยุคกลางที่เมืองต่างๆในยุโรปมีอาคาร เทศบาลที่มีพื้นที่เปิดโล่งในชั้นล่างเพื่อให้ผู้คนเข้ามาพูดคุยกันหรือเป็นที่ตั้งของตลาดซึ่งเป็นศูนย์รวมผู้คน อาคารนี้ตั้งอยู่หน้าพื้นที่โล่งขนาดใหญ่เกือบเทียบเท่าสนามฟุตบอล เป็นที่เปิดที่ผู้คน สามารถเดินพักผ่อนหย่อนใจริมฝั่งนํ้าและมองดูอาคารแห่งนี้ นี่เป็นเหตุผลให้เราออกแบบชั้นล่าง เป็นพื้นที่เปิดเพื่อให้ผู้คนเข้าชมได้ในเวลากลางวันในเวลาที่ผู้คนมาทํางานในอาคาร เพื่อให้พวกเขา สามารถสัมผัสได้ถึงพื้นที่ภายใน ด้วยผลงานศิลปะต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ และโคมไฟ องค์ประกอบของอาคารมีความเชื่อมโยง กันอย่างไรระหว่างตัวเองและสิ่งแวดล้อมภายนอก งานศิลปะบางชิ้นมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเมืองและการที่เราตั้งอาคารบนพื้นนํ้า ฟยอร์ดวอร์เท็กซ์ Fjordvirvel (Fjord Vortex) เป็นชิ้นงานที่มองเห็นได้จากระยะไกลเมื่อผู้คนมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองโดยเรือ ราวกับเป็นสัญลักษณ์ของเส้นเริ่มต้นของเมืองโดยการขีดเส้นจากพื้นนํ้าเป็นการต้อนรับเข้าสู่เมือง

จากอ่าว อันเดอร์วอเทอร์ เอ็กซ์เป็กเทชั่น Undervandsforventning (Underwater Expectation) เป็นผลงานใต้นํ้าที่สามารถมองเห็นได้จากพื้นผิวของนํ้า เราคิดว่าเป็นสิ่งสําคัญสําคัญสถาปัตยกรรมที่ตั้งอยู่บนนํ้า ที่ผู้คนควรจะเข้าใจว่านํ้านั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่พื้นผิวแต่มีความลึกหลายร้อยเมตรลงไป มีความลึกซึ้งและมีชีวิตของตัวเองราวกับเป็นอีกโลกหนึ่ง โอลาเฟอร์ (Olafur) คิดว่า น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่เราจะติดตั้งผลงานศิลปะภายในโลกใต้นํ้านั้น ผลงานชิ้นที่สามคือ ฟยอร์ด รีเฟล็คเตอร์ Fjordreflektor (Fjord Reflector) เป็นผลงานสะท้อนผิวนํ้าที่ถูกติดตั้งอยู่ภายใต้เพดานของพื้นที่เพดานสูง ในเวลากลางวันเมื่อ แสงอาทิตย์ส่องระบายของผิวนํ้าก็สะท้อนขึ้นบนเพดานและผนังของอาคาร และเมื่อพระอาทิตย์ตกดินแสงจากงานชิ้นงานมีความโดดเด่นและ สร้างเอ็ฟเฟ็กต์ส่องสะท้อนในแบบเดียวกันกับผิวนํ้า ผลงานและการค้นคว้าที่เป็นพื้นฐานของสตูดิโอนั้น มักจะเกี่ยวกับแสง สิ่งแวดล้อม ความ เคลื่อนไหวและการรับรู้สัมผัส ความคิดเหล่านี้แสดงออกผ่านสถาปัตยกรรมอย่างไร แน่นอนว่าเราต้องการที่จะใช้ความคิดและการค้นคว้าที่เราได้ทํามาเป็นเวลานาน เราต้องการที่จะหาวิธีการใหม่ในการนําเสนอศิลปะในที่สาธารณะและในแง่ของการเป็นอาคาร อาคารแห่งนี้เป็นดั่งการ แสดงออกทางมุมมองศิลปะอย่างเต็มที่ พื้นที่ต่างๆพูดคุยกับคุณและการรับรู้ของคุณ เช่นเดียวกับผลงานชิ่นอื่นๆของ โอลาเฟอร์ (Olafur) นี่เป็นความคิดทางศิลปะที่เรามีเสมอสําหรับโปรเจ็กต์นี้ ซึ่งเป็นเหตุผลให้เราตั้งอาคารในแบบหนึ่งและสร้างสรรค์ชิ้นงานที่ตอบสนองต่อนํ้าและท้องฟ้าอย่าง ตรงไปตรงมาและเห็นได้ชัดอย่างเช่นหน้าต่างโค้งเว้าและผนังที่ไม่มีผนังใดตั้งตรงนี่ก็เพราะเราต้องการที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ต่างออกไปจากงานสถาปัตยกรรมแบบที่ผู้คนคุ้นเคย เป็นพื้นที่ๆ ทําให้ผู้คนแสดงออกและเคลื่อนไหวในทิศทางต่างกัน ด้วยความที่ผนังไม่ตั้งอยู่บนพื้นแบบ 90 องศาเหมือนกับผนังทั่วไป ซึ่งในขณะเดียวกันความไม่สามารถเข้าใจพื้นที่ภายในได้อย่างเต็มที่ก็ทําให้เราต้องการที่จะเชื่อมโยงเป็นส่วนเดียวกับพื้นที่ภายนอกและรับรู้ถึงพื้นที่และการมองเห็นในแบบที่พิเศษในแบบของเราเอง โอลาเฟอร์ เอเลียสสัน (Olafur Eliasson) กล่าวว่า อาคารหลังนี้ทําให้ผู้คนรู้สึกถึงความเป็นตัวตนของตัวเอง ไม่เพียงแต่เพราะว่าเรากําลังมองอาคารนี้ แต่อาคารก็มองเราอยู่เช่นกัน ผมคิดว่านี่เป็นความคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับไอเดียที่ว่าชิ้นงานศิลปะ โครงสร้างหรือสถาปัตยกรรมสามารถเป็นผลงานอันยิ่งใหญ่เป็นดั่ง การแสดงออกที่พูดคุยกับเราแบบตรงไปตรงมา แต่เราก็สามารถมองอาคารเป็นดั่งกระจกสะท้อนตัวเราได้ เช่นเดียวกับที่กระจกมองเห็นเรา เมื่อเรามองเห็นตัวเราในอาคาร บางสิ่งบางอย่างในอาคารก็สะท้อนในความรับรู้ของเราซึ่งอาจจะพูดได้ว่าเป็นดั่งแสงไฟหรือแสงพิเศษที่ทําให้เราสามารถมองเห็นพื้นที่ภายในได้แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแสงใน ความหมายทั่วไปแต่เป็นองค์ประกอบที่เมื่อมารวมตัวกันแล้วทําหน้าที่เป็นดั่งแสงลับที่เมื่อเราเปิดสวิตช์ การรับรู้ ทําให้เรามองเห็นและรู้สึกถึงพื้นที่ในแบบที่แตกต่างออกไป การที่ได้ร่วมงานกับ โอลาเฟอร์ เอเลียสสัน (Olafur Eliasson) มาเป็นระยะเวลานาน วิธีการสร้างสรรค์สําหรับโปรเจ็กต์นี้ ซึ่งเป็นสเกลสถาปัตยกรรมเต็มที่นั้นเป็นไปอย่างไร ในตอนแรกเราได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดกับลูกค้าและพูดคุยในทีมออกแบบของเราเกี่ยวกับความคิดหลักและความต้องการ

หลังจากที่ได้ตกลงกันแล้วว่าจะตอบรับต่อโปรเจ็กต์แบบนี้อย่างไร ขั้นตอนที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของผมที่จะดูแลขั้นตอนการดีไซน์ ซึ่งในขณะที่เราทํางานและพัฒนาโปรเจ็กต์ไปก็แน่นอนว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและคอนเซ็ปต์ ไปด้วย แต่สําหรับโปรเจ็กต์นี้ผมคิดว่าไม่แตกต่างไปมากจากความคิดแรกเริ่มที่เราตั้งต้นเอาไว้ แน่นอนว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการสร้างสรรค์ โปรเจ็กต์ที่ความคิดจะเปลี่ยนหรือต่อยอดไปจากเดิม เพราะฉะนั้นมุมมองและความตั้งใจทางศิลปะจึงเป็นดั่งจุดเริ่มต้น วิธีการทํางานของเราเป็น ดั่งบนสนทนา ซึ่งบทบาทของผมคือการสร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมที่ตอบรับกับมุมมองทางศิลปะของเขา ในบทสัมภาษณ์เมื่อหลายปีก่อนผมได้ตีความว่าเราทํางานร่วมกันเกือบเหมือนกับเป็นลูกค้าและสถาปนิก โอลาเฟอร์ (Olafur) รู้ว่าเขาต้องการอะไร และหน้าที่ของผมคือการพัฒนากระบวนการเพื่อไปถึงจุดที่เราตั้งใจ. อาคารฟยอร์ดเดนฮัส (Fjordenhus) ในเมืองไวเลอ (Vejle) เดนมาร์กเป็นผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นแรกที่ออกแบบโดยสตูดิโอ โอลาเฟอร์ เอเลียสสัน (Studio Olafur Eliasson) โปรเจ็กต์นี้เป็นโปรเจ็กต์ ที่เปิดโอกาสให้กับสตูดิโอ ในการก้าวสู่การก่อตั้งสตูดิโอศิลปะและสถาปัตยกรรม สตูดิโอ อาเธอร์ สเปซเซ็ซ (Studio Other Spaces) ซึ่งก่อตั้งโดย โอลาเฟอร์ เอเลียสสัน (Olafur Eliasson) และเซบาส เตียน เบห์แมนน์ (Sebastian Behmann) สถาปนิกผู้ร่วมงานกับเอเลียสสันมาเป็นเวลานาน ซึ่งสตูดิ โอนี้จะตอบรับกับการสร้างสรรค์งานขนาดใหญ่หลายรูปแบบและโปรเจ็กต์สถาปัตยกรรมและการค้นคว้าทางพื้นที่.

Fashion

Placeholder image

VIVIENNE WESTWOOD AND BURBERRY REVEAL CAMPAIGN FOR THEIR COLLABORATIONVIVIENNE WESTWOOD AND BURBERRY REVEAL CAMPAIGN FOR THEIR COLLABORATION

Vivienne Westwood และ Burberry ร่วมมือกันรังสรรค์คอลเลคชั่นสุดพิเศษ โดยได้ช่างภาพมากฝีมืออย่าง...

Placeholder image

เทคนิคการแต่งหน้าให้เข้ากับโทนสีของชุดไทย

ในปัจจุบันชุดไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นชุดประจำชาติที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัว ไม่เหมือนกับชาติอื่นๆ ด้วยการออกแบบและการตัดเย็บที่ประณีต บวกกับการสร้างสรรค์โทนสี และลวดลายบนผืนผ้าที่เกิดจากงานฝีมือของช่างไทยที่มีความพิถีพิถัน...

Placeholder image

งานแต่งแห่งปีระหว่างนักร้องหนุ่มสุดฮ็อต Nick Jonas และ Priyanka Chopra

Nick Jonas และ Priyanka Chopra ตัดสินใจสละโสดหลังจากคบหาดูใจกันมาสักระยะหนึ่ง โดยทั้งคู่วางแผนจะแต่งงานกันสุดสัปดาห์นี้ โดยกำลังเดินทางไปสนามบินในมุมไบประเทศอินเดีย และจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดงานแต่งงานของพวกเขาในเมือง Jodhpur...

Placeholder image

COMME des GARÇONS has now opened special installations for the collection at Dover Street Market locations around the world

After officially launching its new CDG line last week, COMME des GARÇONS has now opened special installations for the collection at Dover Street Market locations around the world.

Placeholder image

TOD’S FW18 GOMMINO COLLECTION


ทอดส์ (Tod’s) แบรนด์เครื่องหนังสัญชาติอิตาเลี่ยน นำเสนอไอคอนิคไอเท็มในฤดูใบไม้ร่วง - ฤดูหนาว 2018 กับรองเท้ากอมมิโน่ (Gommino) อันเป็นรองเท้ามอคคาซินยอดนิยมอันดับหนึ่งตลอดกาลจากทอดส์ ซึ่งในซีซั่นใหม่นี้ ทอดส์ได้เพิ่มเติมลูกเล่นและความพิเศษให้กับรองเท้ากอมมิโน่อย่างมากมาย...

Placeholder image

Bottega Veneta Cruise 2019 collection

เพื่อแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อน และน่าสนในของคอลเล็กชั่นนี้ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์โทมัส ไมเยอร์ (Tomas Maier) จึงได้แบ่งคอลเล็กชั่นนี้ออกเป็นสามคอลเล็กชั่นย่อยๆ “เหมือนกับเป็นมินิคอลเล็กชั่น” Tomas Maier กล่าว “คอลเล็กชั่นแรกจะออกในเดือนพฤศจิกายน คอลเล็กชั่นต่อมาออกในเดือนธันวาคม และคอลเล็กชั่นที่สามในเดือนมกราคม...

Placeholder image

SALVATORE FERRAGAMO PRESENTS THE STUDIO BAG

SALVATORE FERRAGAMO UNVEILS THE STUDIO BAG ITS FIRST SIGNATURE HANDBAG LAUNCHED SINCE THE APPOINTMENT OF PAUL ANDREW AS WOMEN’S CREATIVE DIRECTOR.INSPIRED BY A POWERFUL SENSE OF CREATIVE KINSHIP...

Placeholder image

MON TRÉSOR THE FENDI TREASURE BAG GROWS UP!

FENDI’s Mon Trésor bucket bag gets a new look on the Women’s Fall/Winter 2018-19 catwalk, presented in a bigger size to carry all must have items and become the cool day bag of every woman’s dreams....

Placeholder image

F IS FOR… FENDI MANIA

Are you ready to get obsessed with the FENDI MANIA Collection? Vivid colors and patterns lit-up the new Capsule Collection by FENDI, famed by its cool ‘FENDI/FILA’ logo created by Instagram artist @hey_reilly and re-appropriated by the House across Ready-To-Wear and Accessories...

Placeholder image

Giorgio Armani presents the Emporio Armani Spring/Summer 2019 collections in the hangar of Milano Linate Airport

Giorgio Armani is pleased to announce Emporio Armani Boarding, a major show event to be held on 20th September 2018 in the hangar of the Milano Linate Airport...